ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.7% เมื่อเทียบรายเดือนในเดือนเมษายน สูงกว่าคาดการณ์ที่ 0.3%
ตัวเลขผลผลิตภาคอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งสะท้อนว่าเศรษฐกิจยังมีแรงส่งมากกว่าที่หลายฝ่ายประเมิน การเพิ่มขึ้น 0.7% แบบ “เดือนต่อเดือน” (เทียบกับเดือนก่อนหน้า) ทำให้มุมมองว่าเศรษฐกิจกำลังชะลอตัวจนควรลดดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้อ่อนแรงลง และทำให้ต้องปรับคาดการณ์ทิศทางนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในช่วงต่อไป
ผลกระทบทันทีน่าจะเกิดในตลาดอัตราดอกเบี้ย เพราะข้อมูลนี้ทำให้เฟดตัดสินใจยากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเงินเฟ้อ CPI เดือนเมษายนยังอยู่ที่ 3.1% และ “เหนียว” (ลดลงช้า) คาดว่าตลาดสัญญาล่วงหน้า (ฟิวเจอร์ส: สัญญาซื้อขายล่วงหน้า) จะลดน้ำหนักโอกาสการลดดอกเบี้ยก่อนไตรมาส 4 โดย “Fed funds futures” (สัญญาล่วงหน้าที่สะท้อนการคาดการณ์ดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐ) เช้าวันนี้ได้ปรับความน่าจะเป็นของการลดดอกเบี้ยในเดือนกันยายนจากมากกว่า 60% เมื่อสัปดาห์ก่อน ลงมาต่ำกว่า 30%
จากภาพนี้ควรพิจารณากลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยที่ “สูงนาน” เช่น ซื้อพุตออปชัน (Put option: สัญญาให้สิทธิในการขาย) บนกองทุน ETF ตราสารหนี้อายุยาว เพื่อรับประโยชน์เมื่อ “ยีลด์” (อัตราผลตอบแทนพันธบัตร) ปรับขึ้น โดยรูปแบบคล้ายช่วงปลายปี 2023 เมื่อข้อมูลเศรษฐกิจแข็งแกร่งทำให้ตลาดเลื่อนคาดการณ์การลดดอกเบี้ยครั้งแรกออกไป ส่งผลให้ผู้ที่เดิมพันว่าเฟดจะกลับลำมาลดดอกเบี้ยเร็ว (“pivot” ในที่นี้หมายถึงการเปลี่ยนท่าทีทางนโยบายอย่างชัดเจน) ขาดทุนมาก
ด้านหุ้น ภาพนี้หนุนกลุ่ม “วัฏจักรเศรษฐกิจ” (cyclical: หุ้นที่ขึ้นลงตามเศรษฐกิจ) ที่อ่อนไหวต่อการเติบโต ควรจับตาคอลออปชัน (Call option: สัญญาให้สิทธิในการซื้อ) ของ ETF กลุ่มอุตสาหกรรมและวัสดุ เพื่อรับโอกาสจากความแข็งแกร่งของภาคการผลิตที่เหนือคาด ข้อมูลนี้ยังสอดคล้องกับดัชนี PMI ภาคการผลิตสหรัฐของ S&P Global (PMI: ดัชนีสำรวจผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ชี้ทิศทางกิจกรรมภาคการผลิต) ที่ขยับขึ้นเป็น 52.5 สูงสุดในรอบกว่าหนึ่งปี