ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของธนาคารกลางรัสเซียเพิ่มเป็น 771,000 ล้านดอลลาร์ จาก 757,500 ล้านดอลลาร์
คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 13,500 ล้านดอลลาร์
การที่ทุนสำรองของธนาคารกลางรัสเซียเพิ่มขึ้นเป็น 771,000 ล้านดอลลาร์ สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแรงกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ ซึ่งอาจช่วยให้ค่าเงินรูเบิล (RUB: สกุลเงินรัสเซีย) มี “แนวรับ” หรือระดับที่ยืนได้ ทำให้การเปิดสถานะ “ชอร์ต” ตรง ๆ (short position: การเดิมพันว่าราคาจะลดลง) กับสกุลเงินนี้เสี่ยงมากขึ้น ควรทบทวนกลยุทธ์ที่เดิมพันว่ารูเบิลจะทรุดแรง เพราะดูเหมือนมีทุนสำรองขนาดใหญ่หนุนหลัง
ความแข็งแกร่งนี้ยังสะท้อนในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ โดยน้ำมันดิบอูราล (Urals crude: น้ำมันดิบเกรดหลักของรัสเซีย) ซื้อขายเหนือเพดานราคาของ G7 เดิมอย่างต่อเนื่อง โดยราคาเฉลี่ย 78 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในไตรมาสแรกปี 2026 แนวโน้มนี้ต่อเนื่องจากปี 2025 เมื่อการขนส่งและประกันภัยนอกตะวันตกกลายเป็นกลไกหลัก “คอลออปชันระยะยาว” (long-dated call options: สิทธิซื้อในอนาคต โดยหวังทำกำไรจากราคาที่ขึ้น) บน ETF กลุ่มพลังงาน เช่น XLE (กองทุน ETF หุ้นพลังงานสหรัฐ) อาจเป็นทางเลือกเพื่อเล่นธีมราคาน้ำมันที่ยืนได้ดี
เสถียรภาพทางการเงินอาจทำให้ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็น “ความเสี่ยงจากเหตุการณ์” (event risk: ความผันผวนจากเหตุการณ์ฉับพลัน เช่น ความขัดแย้งหรือมาตรการรัฐ) โดยเฉพาะต่อตลาดยุโรป ขณะนี้ต้นทุนของสัญญาฟิวเจอร์ส VSTOXX (VSTOXX futures: สัญญาล่วงหน้าที่อ้างอิงดัชนีความผันผวนของหุ้นยุโรป) ขยับขึ้นเล็กน้อยในช่วงเดือนข้างหน้า อาจเหมาะสมที่จะซื้อ “พุตออปชัน” ป้องกันความเสี่ยง (protective put options: สิทธิขายเพื่อคุ้มครองพอร์ตเมื่อราคาตลาดร่วง) บนดัชนียุโรปหลัก เช่น DAX (ดัชนีหุ้นขนาดใหญ่เยอรมนี) เพื่อทำหน้าที่เป็นประกัน
ทุนสำรองส่วนสำคัญราว 40% คาดว่าถือเป็นเงินหยวนจีน สะท้อนความสัมพันธ์การค้าที่ลึกขึ้นตั้งแต่ปี 2024 สภาพคล่องของ CNH (CNH: เงินหยวน “นอกประเทศจีน” ที่ซื้อขายในตลาดต่างประเทศ) ที่เพิ่มขึ้นนอกการควบคุมโดยตรงของจีน อาจช่วยลดความผันผวนของคู่เงิน USD/CNH (อัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์สหรัฐต่อหยวน) กลยุทธ์หนึ่งคือขาย “สแตรงเกิล” (strangle: ขายออปชันทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขายที่คนละราคา เพื่อหวังว่าราคาจะแกว่งในกรอบ) บน ETF ที่อ้างอิงคู่เงิน โดยเดิมพันว่าการแกว่งตัวจะอยู่ในช่วงแคบลง