ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 75% ในปี 2025 เป็นผลตอบแทนรายปีที่ดีที่สุดในบรรดาดัชนีหุ้นหลักของโลก และถึงกลางเดือนพฤษภาคม 2026 ดัชนีเพิ่มขึ้นอีก 88% นับจากต้นปี (year-to-date: ผลตอบแทนนับจากต้นปีถึงปัจจุบัน) โดยแรงหนุนหลักมาจากปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: เทคโนโลยีให้คอมพิวเตอร์เรียนรู้และตัดสินใจจากข้อมูล เรียกสั้น ๆ ว่า AI)
การเข้ามาลงทุนในหุ้นที่มากขึ้นยังเชื่อมโยงกับคนรุ่นใหม่ที่ซื้อบ้านไม่ไหวจากราคาที่สูงขึ้น การปฏิรูป “Value-Up” (มาตรการยกระดับมูลค่าบริษัท เช่น เพิ่มความโปร่งใส ปรับธรรมาภิบาล และนโยบายคืนผลประโยชน์ให้ผู้ถือหุ้น) มีเป้าหมายลด “Korea Discount” (ส่วนลดของหุ้นเกาหลี หมายถึงหุ้นถูกประเมินมูลค่าต่ำกว่าประเทศอื่นจากความเสี่ยงด้านธรรมาภิบาล โครงสร้างกลุ่มธุรกิจ และปัจจัยเชิงนโยบาย) และเพิ่มผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
กระแส AI ทำให้สังคมหันมาสนใจมากขึ้นเรื่องความเหลื่อมล้ำ ค่าครองชีพด้านที่อยู่อาศัย และแรงกดดันระหว่างรุ่น ในกรุงโซลมีการถกเถียงว่า “กำไรจาก AI” ควรนำไปสนับสนุนการลงทุนภาครัฐ เงินปันผลให้ประชาชน (citizen dividends: การจ่ายเงินให้ประชาชนในวงกว้างจากรายได้รัฐ) การสนับสนุนกองทุนบำนาญ (pension support: เงินช่วยเหลือหรือเพิ่มความมั่นคงกองทุนเกษียณ) การศึกษา เงินทุนสตาร์ตอัพ (startup funding: เงินสนับสนุนธุรกิจเริ่มต้น) หรือสวัสดิการสังคมที่กว้างขึ้นหรือไม่
คิม ยง-บอม หัวหน้าทีมนโยบายประธานาธิบดี ระบุว่ารายได้ภาษีที่เพิ่มขึ้นจาก AI อาจนำไปเสริมความเข้มแข็งให้โครงการสังคม ต่อมามีเจ้าหน้าที่ระบุว่าความเห็นดังกล่าวเป็นมุมมองส่วนตัว และตลาดปรับตัวลงชั่วคราว
ความตึงเครียดด้านแรงงานเริ่มชัดในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ (semiconductors: ชิปอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นหัวใจของคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่าง ๆ) พนักงาน Samsung Electronics ขู่จะนัดหยุดงานวงกว้างในช่วงปลายเดือนนี้หลังเจรจาค่าจ้างล้มเหลว ขณะที่ SK Hynix ยอมรับการปรับโครงสร้างโบนัสเมื่อปีก่อน หลังผลประกอบการเติบโตจากแรงหนุน AI
บริษัทวอลล์สตรีทบางแห่งรวมถึง JPMorgan Chase & Co มองว่า KOSPI อาจไปถึงระดับ 10,000 แรงซื้อจากต่างชาติเริ่มแผ่วลง ความกว้างของตลาด (market breadth: จำนวนหุ้นที่ร่วมขึ้นกับดัชนี หากแคบหมายถึงมีหุ้นไม่กี่ตัวดันดัชนี) ลดลง และเม็ดเงินยังไหลเข้าหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI อย่างต่อเนื่อง