ดุลการคลังของตุรกีแย่ลงในเดือนเมษายน โดยขยับจาก -229.9 พันล้าน เป็น -338.7 พันล้าน
สะท้อนว่า “ขาดดุลงบประมาณ” (รายจ่ายมากกว่ารายได้) ในเดือนเมษายนกว้างขึ้น อย่างไรก็ดี รายงานล่าสุดไม่ได้ให้รายละเอียดแยกย่อยเพิ่มเติม
การขาดดุลที่ขยายไปถึง -338.7 พันล้านลีราตุรกี (TRY: สกุลเงินของตุรกี) เป็นสัญญาณลบต่อค่าเงินลีราอย่างชัดเจน การใช้จ่ายภาครัฐที่เกินกรอบเพิ่มความกังวลว่ารัฐบาลจะคุมรายจ่ายและหาเงินมาชำระภาระต่าง ๆ ได้แค่ไหน เรามองว่ามีเหตุผลรองรับให้เตรียมรับมือโอกาสที่ลีราอ่อนค่าต่อดอลลาร์ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า
นักลงทุนสามารถพิจารณาซื้อออปชัน USD/TRY แบบคอล (call options: สัญญาให้ “สิทธิ” ซื้อคู่เงินที่ราคาอ้างอิงในอนาคต เพื่อเก็งว่าราคา USD/TRY จะขึ้น) เพื่อรับโอกาสกำไรฝั่งขาขึ้นโดยจำกัดความเสี่ยงไว้ที่ค่าเบี้ยประกัน อิมพลายด์โวลาติลิตี (implied volatility: ความผันผวนที่ “ตลาดคาด” จากราคาออปชัน) ของออปชันลีรากำลังสูงขึ้น สะท้อนว่าตลาดกำลังคาดการแกว่งตัวมากกว่าปกติก่อนการประชุมธนาคารกลางครั้งถัดไป จึงทำให้การถือสถานะตรงหรือสเปรดง่าย ๆ (spreads: กลยุทธ์ซื้อ-ขายออปชันหลายขาเพื่อลดต้นทุน/จำกัดความเสี่ยง) น่าสนใจ
การขาดดุลระดับนี้มีแนวโน้มทำให้รัฐต้องออกพันธบัตรเพิ่ม ซึ่งจะกดดันให้ “อัตราผลตอบแทนพันธบัตร” (yields: ต้นทุนการกู้ของรัฐบาลที่สะท้อนผ่านผลตอบแทนพันธบัตร) ปรับขึ้น สว็อปคุ้มครองการผิดนัดชำระหนี้ของตุรกีอายุ 5 ปี (5-year CDS: สัญญาประกันความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้) ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 340 เบสิสพอยต์ (basis points: 1 เบสิสพอยต์ = 0.01%) ในสัปดาห์นี้ สะท้อนว่าตลาดประเมินความเสี่ยงสูงขึ้น การใช้สว็อปอัตราดอกเบี้ย (interest rate swaps: สัญญาแลกเปลี่ยนการจ่ายดอกเบี้ยคงที่กับลอยตัว เพื่อเก็ง/ป้องกันความเสี่ยงดอกเบี้ย) เพื่อเดิมพันว่าดอกเบี้ยจะสูงขึ้นจึงเป็นแนวทางที่เหมาะสม
เราพบแรงกดดันลักษณะใกล้เคียงกันหลังการเลือกตั้งปี 2025 เมื่อคำมั่นเรื่องวินัยการคลังทำได้ยาก เมื่ออัตราเงินเฟ้อยังอยู่ใกล้ 45% ตามข้อมูลล่าสุด ช่องว่างงบประมาณที่กว้างขึ้นทำให้ธนาคารกลางอยู่ในสถานการณ์ลำบาก และแทบจะบีบให้ต้องพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง แม้คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 50% มาหลายเดือนแล้ว