EUR/USD ปรับลงเป็นวันที่สามในวันพฤหัสบดี ลดลง 0.22% ในการซื้อขายอเมริกาเหนือ เคลื่อนไหวที่ 1.1679 หลังขึ้นไปแตะ 1.1721
ยอดค้าปลีกสหรัฐ (US Retail Sales: ยอดขายหน้าร้านและออนไลน์ของภาคค้าปลีก ใช้ชี้การใช้จ่ายผู้บริโภค) เพิ่มขึ้น 0.5% เทียบเดือนก่อน (month on month) ในเดือนเมษายน จาก 1.6% ในเดือนมีนาคม ขณะที่เพิ่มขึ้น 4.9% เทียบปีก่อน (year on year) สูงกว่าคาด 3.3%
ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims: จำนวนผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ เป็นตัวชี้ตลาดแรงงาน) สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด 9 พฤษภาคม เพิ่มเป็น 211,000 ราย สูงกว่าคาด 205,000 ราย รายรับของสถานีบริการน้ำมันเพิ่มขึ้น 2.8% หลังพุ่ง 13.7% ในเดือนมีนาคม
ข้อมูลจาก EIA สหรัฐ (Energy Information Administration: หน่วยงานข้อมูลด้านพลังงานของสหรัฐ) ระบุว่าราคาน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 12.3% เดือนที่แล้ว ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index: ดัชนีวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าสกุลเงินหลัก) เพิ่มขึ้น 0.33% สู่ 98.77 สูงสุดในรอบ 10 วัน
เจฟฟรีย์ ชมิด จากเฟดสาขาแคนซัสซิตี (Kansas City Fed: ธนาคารกลางสหรัฐในระดับภูมิภาค) กล่าวว่าเงินเฟ้อเป็นความเสี่ยงสำคัญที่สุดต่อเศรษฐกิจสหรัฐ พร้อมระบุว่าเศรษฐกิจยังทนทาน และตลาดแรงงานยังทำงานได้ดี
การประเมินของตลาด (Market pricing: ราคาที่สะท้อนความคาดหวังในตลาด เช่น จากสัญญาฟิวเจอร์สอัตราดอกเบี้ย) ชี้ว่าไม่มีโอกาสที่เฟดจะลดดอกเบี้ยในปี 2026 ขณะที่สเปน เงินเฟ้อเดือนเมษายนอยู่ที่ 3.2% เทียบปีก่อน ลดลงจาก 3.4% ในเดือนมีนาคม
ข้อมูลถัดไปได้แก่ เงินเฟ้ออิตาลี ดัชนีภาคการผลิต Empire State ของนิวยอร์ก (New York Empire State Manufacturing Index: แบบสำรวจภาคการผลิตในรัฐนิวยอร์ก ใช้วัดทิศทางกิจกรรมโรงงาน) และผลผลิตภาคอุตสาหกรรมสหรัฐ (US Industrial Production: ปริมาณการผลิตของภาคอุตสาหกรรม) ด้านเทคนิค EUR/USD เคลื่อนไหวใกล้ 1.1676 โดยมีแนวรับใกล้ 1.1647 และแนวต้านแถว 1.1759 และ 1.1796