สหรัฐจัดประมูลตั๋วเงินคลังอายุ 4 สัปดาห์ โดยผลตอบแทน (yield) อยู่ที่ 3.605%
ผลตอบแทนการประมูลตั๋วเงินคลังอายุ 4 สัปดาห์ครั้งก่อนอยู่ที่ 3.61% สูงกว่าครั้งล่าสุด 0.005 จุดเปอร์เซ็นต์
การลดลงเล็กน้อยของผลตอบแทนตั๋วเงินคลังอายุ 4 สัปดาห์สะท้อนว่าตลาดคาดว่าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นจะทรงตัว เรามองว่านี่เป็นสัญญาณว่าเฟด (Federal Reserve: ธนาคารกลางสหรัฐ) น่าจะคงนโยบายการเงินในการประชุมครั้งถัดไป และยืนยันมุมมองว่า ช่วงการปรับดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในปี 2025 ได้ผ่านพ้นไปแล้วในระยะนี้
ความนิ่งของอัตราดอกเบี้ยยังได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดที่ชะลอลงแต่ยังแข็งแกร่ง เช่น รายงานการจ้างงานเดือนเมษายนระบุว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตร (payrolls: จำนวนตำแหน่งงานที่เพิ่มขึ้น/ลดลง) เพิ่มขึ้น 180,000 ตำแหน่ง และเงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation: เงินเฟ้อที่ตัดราคาพลังงานและอาหารซึ่งผันผวนออก) ทรงตัวใกล้ 2.7% ต่อเนื่อง 2 ไตรมาส ทำให้เฟดมีเหตุผลน้อยที่จะเปลี่ยนท่าทีแบบ “เข้มงวด” หรือ “ผ่อนคลาย” กว่าที่ตลาดคาด (hawkish/dovish: เข้มงวดคือเน้นคุมเงินเฟ้อด้วยดอกเบี้ยสูง ผ่อนคลายคือสนับสนุนเศรษฐกิจด้วยดอกเบี้ยต่ำ)
จากภาพดังกล่าว เรามองกลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากความผันผวนต่ำในช่วงต้นของเส้นอัตราดอกเบี้ย (front end of the interest rate curve: ช่วงอายุสั้นของอัตราดอกเบี้ย) โดยการขายสแตรงเกิล (selling strangles: ขายออปชันทั้งคอลและพุทคนละราคา เพื่อรับ “พรีเมียม”) บนฟิวเจอร์ส SOFR เดือนกันยายนอาจเหมาะสำหรับเก็บพรีเมียม (premium: เงินที่ได้รับจากการขายออปชัน) เพราะเราไม่คาดว่าจะเกิดการหลุดกรอบแรงจากช่วงราคาเดิม นี่คือการคาดว่า ตลาดจะยังเชื่อใน “นโยบายทรงตัว” ตลอดช่วงฤดูร้อน
เรายังมองว่าสภาพแวดล้อมนี้เหมาะกับการทำเทรด “เส้นอัตราผลตอบแทนชันขึ้น” (yield curve steepening: ส่วนต่างผลตอบแทนระยะยาว-ระยะสั้นกว้างขึ้น) โดยในอดีต หลังจบวัฏจักรการลดดอกเบี้ยของเฟด (Fed cutting cycle: ช่วงที่เฟดลดดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่อง) อย่างที่เกิดในปี 2025 ส่วนต่างระหว่างผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 2 ปีและ 10 ปีมักขยายตัวตามความคาดหวังการเติบโตระยะยาวที่ค่อย ๆ ฟื้น การใช้ฟิวเจอร์ส (futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้า) เพื่อวางสถานะให้เส้นอัตราผลตอบแทนชันขึ้นยังเป็นกลยุทธ์หลักในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า