Intercontinental Exchange (ICE) อยู่ในรูปแบบ Elliott Wave ขาขึ้นระยะยาว หลังราคาปรับขึ้นหลายปีทำ “จุดสูงใหม่” และ “จุดต่ำใหม่ที่สูงขึ้น” ต่อเนื่อง โดยการขึ้นแบบ 5 คลื่น (หมายถึงโครงสร้างราคาขึ้นเป็น 5 ช่วงตามทฤษฎี Elliott Wave) จบที่คลื่น ((3)) จากนั้นเข้าสู่ช่วงพักฐาน/ปรับฐานที่ระบุเป็นคลื่น ((4))
คลื่น ((4)) กำลังก่อตัวเป็นการปรับฐานแบบ A-B-C (ปรับลง-รีบาวด์-ปรับลง) และยังไม่จบ ภายในคลื่น (B) การเคลื่อนไหวของราคากลายเป็น “สามเหลี่ยมหดตัว” (contracting triangle: รูปแบบแกว่งตัวแคบลงเรื่อย ๆ) แบ่งเป็น A-B-C-D-E ซึ่งสะท้อนการแกว่งทับซ้อนกันและความผันผวนลดลง
หลังสามเหลี่ยมในคลื่น (B) จบ โครงสร้างบ่งชี้ว่ามีโอกาสลงต่อในคลื่น (C) ของ ((4)) โดยแนวฉายของกราฟประเมินจุดจบที่เป็นไปได้ของคลื่น ((4)) ใกล้ 133.36 ซึ่งเป็น “โซนแนวรับ” (support zone: บริเวณที่แรงซื้อมีแนวโน้มเข้ามาพยุงราคา)
หากคลื่น ((4)) จบแถว 133.36 การเคลื่อนไหวถัดไปคาดเป็นคลื่น ((5)) ขึ้น เป้าหมายคือทำจุดสูงใหม่เหนือจุดสูงของคลื่น ((3)) เดิม
ระยะสั้น ระดับที่ต้องจับตาคือกรอบบน-ล่างของรูปแบบสามเหลี่ยม ขณะที่กำลังสร้างช่วงแกว่งสุดท้าย “ระดับยืนยันว่าโครงสร้างนี้ผิดทาง” (invalidation level: ระดับราคาที่ถ้าหลุดจะทำให้มุมมองเดิมใช้ไม่ได้) อยู่ที่ 58.84 โดยโครงสร้างขาขึ้นยังถือว่าใช้ได้ตราบใดที่ราคายืนเหนือระดับดังกล่าว
เรากำลังเห็นความผันผวนที่หดตัวของ ICE สอดคล้องกับรูปแบบสามเหลี่ยมที่ระบุไว้ ซึ่งชี้ว่าการ “ขายพรีเมียม” (selling premium: กลยุทธ์ขายออปชันเพื่อรับค่าเบี้ย) ผ่านแนวทางอย่าง “ชอร์ตสแตรงเกิล” (short strangle: ขายคอลและขายพุทคนละราคา เพื่อคาดว่าราคาแกว่งในกรอบ) อาจเหมาะในระยะสั้น เพราะหุ้นมีแนวโน้มแกว่งในกรอบที่แคบลง ตัวอย่างเช่น ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยรายวันบน NYSE ในไตรมาส 1/2026 เริ่มทรงตัว ซึ่งต่างจากช่วงปลายปี 2025 ที่คึกคักกว่า
เมื่อช่วงสะสมแรงนี้ใกล้สิ้นสุด คาดว่าจะมีการย่อตัวครั้งสุดท้ายลงไปใกล้แนวรับ 133 ผู้เทรดอาจเตรียมรับมือโดยพิจารณาซื้อ “พุท” (put options: สิทธิในการขายที่ราคาอ้างอิง) ที่หมดอายุในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าเพื่อเก็งกำไรจากการย่อดังกล่าว โดยภาพนี้สอดคล้องกับตลาดที่กำลังประเมินท่าที “เป็นกลาง” ของเฟด ซึ่งทำให้ความเชื่อมั่นระยะสั้นชะลอลง
บริเวณ 133 ดอลลาร์เป็นจุดที่น่าจับตาในฐานะโอกาสของฝั่งซื้อ เพราะอาจเป็นจุดสิ้นสุดของคลื่นปรับฐานครั้งใหญ่ทั้งหมด ควรเตรียมสลับจากกลยุทธ์ฝั่งลบไปเป็นฝั่งบวกเมื่อราคาเข้าใกล้โซนนี้ และเฝ้าดูสัญญาณว่าแนวรับยังรับอยู่ เมื่อนั้นการซื้อ “คอล” (call options: สิทธิในการซื้อที่ราคาอ้างอิง) หรือการใช้ “พุทเครดิตสเปรด” (put credit spread: ขายพุทราคาใกล้และซื้อพุทราคาต่ำกว่าเพื่อรับส่วนต่างค่าเบี้ย โดยหวังว่าราคาจะไม่หลุดระดับขาย) จะเป็นแนวทางหลักเพื่อเกาะเทรนด์ขาขึ้นรอบถัดไป