ดัชนีราคานำเข้า (Import Price Index: ตัวชี้วัดการเปลี่ยนแปลง “ราคาสินค้าที่สหรัฐนำเข้า” ซึ่งสะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อจากต่างประเทศ) ของสหรัฐปรับเพิ่มขึ้นแบบเทียบรายปี (year-on-year: เทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน) สู่ 4.2% ในเดือนเมษายน จาก 2.1% ในครั้งก่อน
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสะท้อนว่าราคาสินค้านำเข้าเพิ่มขึ้นใน “อัตรารายปี” ที่เร็วขึ้นในเดือนเมษายน โดยเป็นการเปรียบเทียบเดือนเมษายนกับเดือนเดียวกันของปีก่อน
การดีดตัวแรงของราคานำเข้าครั้งนี้เป็นสัญญาณชัดเจนว่าเงินเฟ้อไม่ได้ชะลอลง แต่กำลังเร่งขึ้น ซึ่งเป็นความท้าทายต่อท่าทีเชิงนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve: เฟด) ต้นทุนสินค้าที่ไหลเข้าสู่ประเทศเพิ่มเร็วขึ้น และมีแนวโน้มส่งต่อไปเป็นราคาผู้บริโภคที่สูงขึ้นในระยะถัดไป
ตลาดลดคาดการณ์โอกาสที่เฟดจะ “ลดดอกเบี้ย” ในเดือนกันยายนจากมากกว่า 50% เมื่อสัปดาห์ก่อน เหลือต่ำกว่า 15% ในวันนี้ ตามข้อมูลของ CME FedWatch Tool (เครื่องมือสรุปความคาดหวังของตลาดต่อการประชุมดอกเบี้ยเฟด โดยอิงจากราคาสัญญาล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ย) ข้อมูลนี้ทำให้ต้องพิจารณาว่าก้าวถัดไปของเฟดอาจเป็น “ขึ้นดอกเบี้ย” ไม่ใช่ “ลดดอกเบี้ย” ขณะที่สถานะการลงทุนในตราสารอนุพันธ์ (derivatives: สัญญาการเงินที่มูลค่าผูกกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ฟิวเจอร์ส/ออปชัน) ที่วางเดิมพันว่าเฟดจะกลับมาผ่อนคลาย (dovish pivot: เปลี่ยนท่าทีไปผ่อนคลาย/เอนเอียงไปทางลดดอกเบี้ย) ควรถูกทบทวนทันที
ควรจับตา “ออปชัน” (options: สัญญาที่ให้สิทธิ ไม่ใช่ข้อบังคับ ในการซื้อหรือขายสินทรัพย์ที่ราคาและเวลาที่กำหนด) บนสัญญาฟิวเจอร์สพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Treasury futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าพันธบัตรรัฐบาล) โดยเฉพาะการทำมุมมอง “ราคาเกมาก” ผ่านการซื้อพุท (put: ออปชันสิทธิขาย มักได้ประโยชน์เมื่อราคาสินทรัพย์ลดลง) บนเครื่องมืออย่าง iShares 20+ Year Treasury Bond ETF (TLT) (ETF: กองทุนซื้อขายในตลาดหุ้นที่อิงดัชนี/สินทรัพย์อ้างอิง; TLT ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุยาวกว่า 20 ปี) ย้อนดูปี 2022 เมื่อเงินเฟ้อออกมาสูงกว่าคาด (inflation surprises: เงินเฟ้อสูง/ต่ำกว่าที่ตลาดคาด) ราคาพันธบัตรปรับลงเร็วในช่วงที่ตลาดเริ่ม “ตั้งราคา” ว่าเฟดจะเข้มงวดขึ้น (priced in: ตลาดสะท้อนความคาดหวังนั้นเข้าไปในราคาแล้ว) และขณะนี้มีสัญญาณรูปแบบคล้ายกัน
สำหรับหุ้น ภาพนี้เพิ่มความเสี่ยงตลาดปรับฐาน เพราะดอกเบี้ยที่สูงขึ้นกดดันมูลค่าหุ้น (valuations: การประเมินมูลค่าบริษัท/หุ้น) จึงควรพิจารณาซื้อพุทออปชันบน S&P 500 (SPY) และ Nasdaq 100 (QQQ) เพื่อป้องกันความเสี่ยงหรือทำกำไรจากการปรับลง โดยฟิวเจอร์สของ S&P 500 ลดลง 1.5% ณ เช้าวันนี้ สะท้อนแนวโน้มเปิดตลาดอ่อนตัว
ความประหลาดใจทางเศรษฐกิจลักษณะนี้เพิ่มความไม่แน่นอนของตลาดอย่างมาก ทำให้คาดความผันผวนพุ่งขึ้น (volatility: ความแกว่งของราคา) การซื้อคอลออปชันบน VIX (call: ออปชันสิทธิซื้อ; VIX: ดัชนีความผันผวนที่สะท้อน “ความกลัว” ของตลาดจากราคาคาดการณ์ความผันผวนในออปชัน S&P 500) เป็นทางตรงในการเดิมพันว่าความตื่นกลัวจะเพิ่มขึ้น ในอดีตรายงานเงินเฟ้อแบบนี้เคยทำให้ VIX กระโดดมากกว่า 15% ภายในวันเดียว