ดัชนี RICS house price balance ของสหราชอาณาจักรอยู่ที่ -34% ในเดือนเมษายน ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ -25%
เนื้อหานี้ระบุว่า รายงานมาจากทีม FXStreet โดยอธิบายว่าทีมดังกล่าวเป็นผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจและผู้เชี่ยวชาญตลาดฟอเร็กซ์ (ตลาดซื้อขายเงินตราต่างประเทศ) ที่ดูแลเนื้อหาของ FXStreet และติดตามความเคลื่อนไหวในตลาดฟอเร็กซ์
ข้อมูลตลาดที่อยู่อาศัยอังกฤษล่าสุดเป็นสัญญาณเตือนสำคัญต่อเศรษฐกิจ ค่า RICS balance ที่ -34% ไม่เพียงต่ำกว่าคาด แต่ยังชี้ว่าราคาบ้านกำลังลดลงเร็วที่สุดในปีนี้ ตัวเลข “balance” ของ RICS คือ “ส่วนต่างระหว่างผู้ตอบแบบสำรวจที่บอกว่าราคาขึ้น กับผู้ตอบที่บอกว่าราคาลง” ดังนั้นค่าติดลบมากหมายถึง “คนส่วนใหญ่เห็นว่าราคาลง” ภาพนี้สะท้อนว่า ความมั่นใจผู้บริโภคอ่อนแรงเร็วกว่าที่คาด และอาจเปิดโอกาสให้กลยุทธ์ใน “ตราสารอนุพันธ์” (เครื่องมือการเงินที่มูลค่าอ้างอิงกับสินทรัพย์อื่น เช่น หุ้น ค่าเงิน ดอกเบี้ย) มากขึ้น
รายงานที่อยู่อาศัยที่อ่อนแอนี้น่าจะเพิ่มแรงกดดันต่อธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England) ทำให้โอกาส “ลดดอกเบี้ย” เร็วกว่าที่ตลาดเคยมองไว้ปลายปีสูงขึ้น อาจเร็วถึงการประชุมเดือนสิงหาคม แม้เงินเฟ้อ CPI ล่าสุดยังอยู่ที่ 2.9% และลดลงยาก (CPI คือ “ดัชนีราคาผู้บริโภค” ใช้วัดเงินเฟ้อ) แต่ความอ่อนแรงชัดเจนในภาคเศรษฐกิจสำคัญอาจทำให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (Monetary Policy Committee: MPC) ต้องปรับท่าที
สำหรับนักเทรดค่าเงิน มุมมองนี้เป็นลบต่อเงินปอนด์อังกฤษ (British Pound/GBP) คาดว่าแรงขาย GBP/USD จะเพิ่มขึ้น โดยคู่เงินนี้ยังยืนระดับ 1.2500 ได้ยาก “ออปชัน” (Options: สัญญาที่ให้สิทธิในการซื้อหรือขายสินทรัพย์ในราคาและเวลาที่กำหนด) ที่ได้ประโยชน์เมื่อราคาลดลง เช่น การซื้อ “พุท” GBP (Put: สิทธิในการขาย ซึ่งมักได้ประโยชน์เมื่อราคาอ่อนลง) อาจได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า
ดัชนี FTSE 250 ซึ่งมีน้ำหนักหุ้นบริษัทที่พึ่งพาเศรษฐกิจในประเทศสูง ดูเปราะบางต่อข่าวนี้ คาดว่าความผันผวนจะเพิ่มขึ้น “ความผันผวน” คือการแกว่งตัวของราคาแรงขึ้น ซึ่งอาจเหมาะกับผู้ใช้ “ออปชัน” เพื่อเล่นทิศทางราคา ผลกระทบมีแนวโน้มลามไปหลายอุตสาหกรรม ไม่ใช่แค่ก่อสร้าง
เรามองไปที่การถือ “สถานะขาลง” (bearish position: วางเดิมพันว่าราคาจะลดลง) ในหุ้นผู้พัฒนาอสังหาฯ อังกฤษ และธนาคารที่มี “พอร์ตสินเชื่อที่อยู่อาศัย” (mortgage book: สินเชื่อบ้านคงค้างในงบดุลจำนวนมาก) ผู้เทรดออปชันอาจพิจารณาซื้อพุทออปชัน หรือทำ “bearish credit spread” (กลยุทธ์ออปชันที่รับพรีเมียมสุทธิ โดยตั้งโครงสร้างให้ได้ประโยชน์เมื่อราคาไม่ขึ้นหรือปรับลง และจำกัดความเสี่ยงด้วยการถือออปชันอีกขาหนึ่ง) ในหุ้นอย่าง Barratt Developments หรือ NatWest Group ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรง และในอดีตราคาหุ้นมักไวต่อข่าวลบด้านตลาดที่อยู่อาศัย