ข้อมูลจาก ING ระบุว่า “ความผันผวนที่ซื้อขายกันในตลาด” ของ EUR/USD ระยะ 3 เดือนอยู่ที่ 5.7% ซึ่งต่ำกว่า “ความผันผวนที่เกิดขึ้นจริง” (ความผันผวนของราคาในอดีต/ช่วงที่ผ่านมา) มากกว่า 1% และอยู่ใกล้กรอบล่างของช่วง 5 ปีที่ผ่านมาแถว 5.2% ถึง 5.3%
“Risk reversal” ที่ทรงตัว (ตัวชี้วัดจากส่วนต่างราคาของออปชัน “คอล” ยูโร กับ “พุต” ยูโรที่มีเงื่อนไขใกล้เคียงกัน โดยใช้ดูว่าตลาดเอนเอียงไปทางมองขึ้นหรือมองลง) บ่งชี้ว่าอัตราแลกเปลี่ยนอาจเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ING มองว่า EUR/USD อาจอ่อนลงเล็กน้อยในไม่กี่ช่วงการซื้อขายข้างหน้า จากความเสี่ยงด้านขึ้นของราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเล็กน้อย
การซื้อขายในกรอบเมื่อความผันผวนต่ำ
ING คาดว่าจะมีแรงซื้อแถว 1.1650 หากคู่เงินปรับลง ประเด็นที่ตลาดจับตา ได้แก่ ตัวเลขประมาณการครั้งที่สองของ GDP ยูโรโซนไตรมาส 1/2026 คาดที่ 0.1% เทียบไตรมาสก่อน (quarter-on-quarter: เปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า) และถ้อยแถลงจากผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (ECB)
คำกล่าวของคริสติน ลาการ์ด และฟิลิป เลน ในเวลาต่อมา อาจกระทบการคาดการณ์เรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของ ECB ในเดือนมิถุนายน
ในสภาพแวดล้อมปัจจุบัน “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility: ความผันผวนที่คำนวณย้อนจากราคาออปชัน สะท้อนสิ่งที่ตลาดคาด) ระยะ 3 เดือนของ EUR/USD อยู่ต่ำมากที่ราว 5.7% หมายความว่าตลาดออปชันไม่ได้คาดว่าคู่เงินจะผันผวนแรงในระยะใกล้ แนวทางที่เหมาะคือเน้นกลยุทธ์ “เล่นในกรอบ” มากกว่ากลยุทธ์ที่เดิมพันว่าราคาจะเป็นเทรนด์แรง
เมื่อราคาออปชันค่อนข้างถูก กลยุทธ์ “ขายพรีเมียม” (selling premium: ขายออปชันเพื่อรับค่าเบี้ย) น่าสนใจในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า ตัวอย่างคือ “ขายสแตรงเกิล” (short strangle: ขายออปชันคอลและพุตที่ราคาใช้สิทธิอยู่นอกระดับปัจจุบัน) เพื่อรับรายได้ หากคู่เงินยังแกว่งอยู่ระหว่างระดับที่กำหนด Risk reversal ที่แบน ซึ่งสะท้อนว่าตลาดไม่ได้เอนเอียงไปทางคอลมากกว่าพุต ก็ยิ่งสนับสนุนมุมมองว่าราคาน่าจะแกว่งตัวด้านข้าง
มุมมองนี้ยังสอดคล้องกับข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด โดย CPI ยูโรโซนเดือนเมษายน (ดัชนีราคาผู้บริโภค) ออกมาสูงกว่าที่ตลาดอยากเห็นเล็กน้อยที่ 2.6% ขณะที่การจ้างงานสหรัฐจากรายงาน “นอนฟาร์มเพย์โรล” (Non-farm payrolls: ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร) ชะลอลงมาเหลือ 160,000 ตำแหน่ง ความต่างนี้ทำให้ ECB ถูกกดดันให้ดำเนินนโยบายมากกว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งผลให้ EUR/USD ถูกตรึงให้อยู่ในกรอบเดิม
ความเสี่ยงและปัจจัยกระตุ้นสำคัญ
ระยะสั้นยังมีความเสี่ยงทางลงเล็กน้อย โดยเฉพาะหากราคาน้ำมันยังปรับขึ้นเหนือ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งมักกระทบเศรษฐกิจยุโรปมากกว่า และอาจกด EUR/USD ลงไปแถว 1.1650 ซึ่งเป็นแนวรับที่เคยมีแรงซื้อชัดเจน ผู้ลงทุนอาจพิจารณาซื้อพุตราคาถูกเพื่อป้องกันความเสี่ยง หรือใช้ระดับ 1.1650 เป็นจุดอ้างอิงในการขายพุต (ขายออปชันพุตเพื่อรับพรีเมียม)
เหตุการณ์หลักที่ต้องจับตาคือสุนทรพจน์ของเจ้าหน้าที่ ECB คือ ลาการ์ด และเลน หากส่งสัญญาณชัดว่ามีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน จะช่วยพยุงยูโร แต่หากมีท่าทีลังเลหรือ “ผ่อนคลาย” (dovish: เน้นดอกเบี้ยต่ำ/เข้มงวดน้อย) อาจกดดันยูโรและทำให้ทดสอบขอบล่างของกรอบปัจจุบัน