ทองคำซื้อขายปรับขึ้นเล็กน้อยใกล้ระดับ 4,720 ดอลลาร์ในช่วงเช้าวันพุธตามเวลาเอเชีย แต่การปรับขึ้นยังจำกัด หลังเงินเฟ้อสหรัฐออกมาสูงกว่าคาด ขณะที่นักลงทุนรอรายงานดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI: การเปลี่ยนแปลงราคาในระดับผู้ผลิต/ต้นทางของสินค้า) ของสหรัฐประจำเดือนเมษายนซึ่งจะประกาศภายหลังในวันพุธ
ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐ (CPI: การวัดการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคซื้อ) เพิ่มขึ้น 3.8% เมื่อเทียบรายปีในเดือนเมษายน จาก 3.3% ในเดือนมีนาคม และสูงกว่าคาดที่ 3.7% ถือว่าสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2023 ส่วนเมื่อเทียบรายเดือน CPI ทั่วไปเพิ่มขึ้น 0.6% จาก 0.9% ก่อนหน้า ตรงตามคาดการณ์
เงินเฟ้อพื้นฐาน และความคาดหวังต่อเฟด
CPI พื้นฐาน (Core CPI: เงินเฟ้อที่ตัดหมวดอาหารและพลังงานซึ่งผันผวนออก เพื่อดูแนวโน้มเงินเฟ้อที่ชัดขึ้น) เพิ่มขึ้น 0.4% เมื่อเทียบรายเดือน และ 2.8% เมื่อเทียบรายปี หลังข้อมูลเผยแพร่ เครื่องมือ CME FedWatch (เครื่องมือประเมินโอกาสการขึ้น/ลงดอกเบี้ยจากราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้า) ระบุว่าโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะขึ้นดอกเบี้ยภายในสิ้นปีอยู่ราว 30% ซึ่งอาจกดดันทองคำที่ “ไม่ให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย” (non-yielding: ถือทองแล้วไม่ได้ดอกเบี้ยเหมือนฝากเงินหรือถือพันธบัตร)
ตลาดยังจับตาท่าทีสหรัฐ-จีน ก่อนที่โดนัลด์ ทรัมป์จะพบสี จิ้นผิงที่ปักกิ่งในวันพฤหัสบดีและศุกร์ ซึ่งเป็นการเยือนจีนครั้งแรกของทรัมป์นับตั้งแต่ปี 2017 ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองเพิ่ม 1,136 ตัน คิดเป็นมูลค่าราว 70,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2022 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ตามข้อมูลของสภาทองคำโลก (World Gold Council)
ภูมิรัฐศาสตร์ ธนาคารกลาง และอุปสงค์ทองคำ
ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitics: ความเสี่ยงจากความสัมพันธ์และความขัดแย้งระหว่างประเทศ) ยังเป็นแรงหนุนสำคัญต่อทองคำ แม้การพบกันของทรัมป์-สีในปี 2025 ช่วยลดแรงตึงเครียดด้านการค้า แต่ความต้องการจากธนาคารกลางยังต่อเนื่อง โดยซื้อเพิ่มเป็นสถิติ 225 ตันในไตรมาส 1 ปี 2026 การเข้าซื้อของหน่วยงานทางการนี้ช่วยพยุงราคาเมื่อเกิดการย่อตัว
สำหรับผู้ซื้อขายอนุพันธ์ (derivatives: เครื่องมือการเงินที่มูลค่าอ้างอิงสินทรัพย์อื่น เช่น ทอง) ภาวะนี้อาจทำให้คอลออปชันระยะยาว (long-dated call options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อในอนาคตระยะไกลและได้ประโยชน์เมื่อราคาขึ้น) น่าสนใจ โดยหวังผลจากเฟดที่มีแนวโน้มผ่อนคลายมากขึ้น (dovish: เน้นสนับสนุนเศรษฐกิจ มักหมายถึงดอกเบี้ยต่ำ) ส่วนความผันผวนโดยนัย (implied volatility: ความผันผวนที่ตลาด “สะท้อน” ผ่านราคาออปชัน) ยังบ่งชี้ความไม่แน่นอนอยู่บ้าง แต่แรงขับหลักยังอยู่ที่แนวโน้มดอกเบี้ยที่ลดลง เป้าหมายคือวางตำแหน่งรับการปรับขึ้นต่อเนื่องมากกว่าราคาเหวี่ยงระยะสั้น
ความสัมพันธ์สวนทางระหว่างทองคำกับดอลลาร์สหรัฐก็สำคัญต่อมุมมองนี้ ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY: ค่าดอลลาร์เทียบตะกร้าสกุลเงินหลัก) ล่าสุดหลุดระดับ 100 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปลายปี 2024 สะท้อนว่าตลาดคาดนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น ดอลลาร์ที่อ่อนค่าทำให้ทองคำ “ถูกลง” สำหรับผู้ซื้อที่ถือสกุลเงินอื่น จึงเป็นแรงหนุนราคาอย่างมีนัยสำคัญ