ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของอิตาลี (ปรับตามจำนวนวันทำงาน) เพิ่มขึ้น 1.5% เมื่อเทียบรายปีในเดือนมีนาคม จาก 0.5% ในช่วงก่อนหน้า
เรามองว่าการเร่งตัวของผลผลิตภาคอุตสาหกรรมอิตาลีเป็นสัญญาณบวกที่ชัดเจน เพราะอัตราขยายตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าจากเดือนก่อน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ร่วมกัน (consensus forecast: ค่าคาดการณ์เฉลี่ยของนักวิเคราะห์ในตลาด) ที่ 0.8% สะท้อนว่าเศรษฐกิจของประเทศขนาดใหญ่อันดับ 3 ในยูโรโซนยังมีแรงส่ง และสวนทางกับมุมมองที่ว่าอุตสาหกรรมในวงกว้างกำลังชะลอตัว
กลยุทธ์ขาขึ้น FTSE MIB
ข่าวนี้ควรหนุนการเปิดสถานะมองบวก (bullish positions: กลยุทธ์ที่คาดว่าราคาจะขึ้น) ในดัชนี FTSE MIB ผ่านสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (futures: สัญญาตกลงซื้อ/ขายในอนาคต) หรือออปชันแบบคอล (call options: สิทธิในการซื้อสินทรัพย์ที่ราคาอ้างอิงในอนาคต) ในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า เพราะข้อมูลชี้ว่ากำไรบริษัทอาจดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มการผลิตที่มีน้ำหนักมากในดัชนี เรามองคอลที่ราคา “นอกเงิน” (out-of-the-money: ราคาใช้สิทธิสูงกว่าราคาตลาด จึงต้องให้ราคาขึ้นมากจึงคุ้ม) หมดอายุเดือนมิถุนายนหรือกรกฎาคม เพื่อเก็บโอกาสขาขึ้น
หากย้อนดู จะต่างจากปลายปี 2025 อย่างมาก เมื่อยุโรปกังวลภาคการผลิตเข้าสู่ภาวะถดถอย (manufacturing recession: ภาคการผลิตหดตัวต่อเนื่อง) โดยคำสั่งซื้อโรงงานอิตาลีลดลงต่อเนื่องตลอดไตรมาส 3 ปี 2025 ทำให้การฟื้นตัวครั้งนี้น่าสนใจเป็นพิเศษ ข้อมูลรายปีที่แข็งแรงบ่งชี้ว่าการฟื้นตัวไม่ได้เกิดขึ้นชั่วคราว แต่มีฐานรองรับ
สำหรับผู้เทรดตราสารหนี้ นี่อาจเป็นสัญญาณให้คาดว่าส่วนต่างผลตอบแทน (spread: ช่องว่างผลตอบแทนระหว่างพันธบัตรสองประเทศ) ระหว่างพันธบัตรรัฐบาลอิตาลี BTPs (BTPs: พันธบัตรรัฐบาลอิตาลีระยะกลาง-ยาว) กับพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนี Bunds (Bunds: พันธบัตรรัฐบาลเยอรมนี) อาจแคบลง เศรษฐกิจที่ดีขึ้นทำให้ตลาดมองความเสี่ยงด้านเครดิตของอิตาลี (credit risk: ความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้) ลดลง จึงดึงดูดพันธบัตรรัฐบาลอิตาลีมากขึ้น ข้อมูลนี้ยังตัดกับตัวเลขผลผลิตอุตสาหกรรมเยอรมนีสัปดาห์ก่อนที่เพิ่มเพียง 0.4% สะท้อนว่าอิตาลีกำลังทำได้ดีกว่าในช่วงนี้
การบริหารความเสี่ยงความผันผวน
ดังนั้น ควรพิจารณาซื้อเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนที่เพิ่มขึ้นในตลาดยุโรป ความผันผวนโดยนัย (implied volatility: ความผันผวนที่ตลาด “คาด” สะท้อนผ่านราคาออปชัน) ของออปชัน Euro Stoxx 50 มีแนวโน้มสูงขึ้น ระหว่างที่ตลาดประเมินว่านี่เป็นตัวเลขครั้งเดียวหรือเป็นสัญญาณของแนวโน้มใหม่ ความไม่แน่ใจเกี่ยวกับทิศทางนโยบายต่อไปคือจุดที่เกิดโอกาส