TD Securities คาดว่า **ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI: Consumer Price Index หรือดัชนีที่วัดการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคซื้อ)** ของสหรัฐในเดือนเมษายนจะปรับขึ้น โดยคาดว่า **CPI พื้นฐาน (Core CPI: CPI ที่ตัดหมวดอาหารและพลังงานซึ่งผันผวนสูงออก เพื่อดูแนวโน้มเงินเฟ้อจริง)** จะอยู่ที่ **0.38% เทียบรายเดือน (month-on-month: MoM คือเทียบกับเดือนก่อน)** และ **2.8% เทียบรายปี (year-on-year: YoY คือเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน)** ขณะที่ **CPI ทั่วไป (Headline CPI: CPI รวมทุกหมวด)** คาดที่ **0.56% MoM** และ **3.7% YoY**
เงินเฟ้อพื้นฐานเชื่อมโยงกับการดีดกลับของ **ค่าใช้จ่ายที่อยู่อาศัย (Shelter costs: รวมค่าเช่าและต้นทุนการอยู่อาศัยที่ใช้ใน CPI)** หลังเดือนตุลาคมชะลอลงจากผลของ **การปิดหน่วยงานรัฐ (government shutdown: รัฐบาลกลางหยุดทำงานบางส่วน ทำให้ข้อมูล/กิจกรรมบางอย่างสะดุด)** นอกจากนี้คาดว่า **ค่าโดยสารเครื่องบิน (airfares)** จะสูงขึ้นตาม **ราคาน้ำมัน**
Key Drivers Behind The Forecast
CPI ทั่วไปคาดว่าจะถูกดันขึ้นจาก **ราคาน้ำมันเบนซิน** ที่เพิ่มราว **5%** ส่วน **เงินเฟ้ออาหาร** คาดว่าจะกลับมาเพิ่มขึ้น หลังทรงตัวในเดือนมีนาคม
คาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปจะเพิ่มขึ้น **0.4 จุดเปอร์เซ็นต์** สู่ **3.7%** ซึ่งระบุว่าเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานคาดว่าจะขึ้นไปใกล้ **2.9%** ใน **ไตรมาส 2 (Q2: ช่วงเดือนเมษายน–มิถุนายน)** ก่อนค่อย ๆ ชะลอลงในช่วงหลังของปี
คาดการณ์ **CPI แบบไม่ปรับฤดูกาล (non-seasonally adjusted: ตัวเลขดิบที่ไม่หักผลตามฤดูกาล เช่น เทศกาล/สภาพอากาศ)** อยู่ที่ **332.714** เทียบกับ **market fixing (ตัวเลขอ้างอิง/คอนเซนซัสที่ตลาดยึดเป็นฐาน)** ที่ **332.780** โดยบทความระบุว่าใช้เครื่องมือ AI ช่วยจัดทำและมีบรรณาธิการตรวจทาน
Market Positioning And Risk Considerations
ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ยังระมัดระวัง และเมื่อ **อัตราว่างงาน** ทรงตัวต่ำกว่า 4% ตลาดจึงให้โอกาสสูงว่า **อัตราดอกเบี้ย** จะคงระดับไปตลอดช่วงฤดูร้อน เรื่องนี้ทำให้เกิดโอกาสใน **อนุพันธ์อัตราดอกเบี้ย (interest rate derivatives: สัญญาการเงินที่มูลค่าขึ้นกับดอกเบี้ย เช่น ฟิวเจอร์ส/ออปชัน)** เช่น **ออปชันบน SOFR futures (สัญญาออปชันที่อ้างอิงฟิวเจอร์สของ SOFR ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงระยะสั้นของสหรัฐ)** เพื่อวางกลยุทธ์รับสภาพ **“ดอกเบี้ยสูงนาน” (higher-for-longer)** ผู้เทรดควรเตรียมรับความเสี่ยงที่เงินเฟ้อ “เหนียว” จะทำให้ตลาดเลื่อนความคาดหวังการลดดอกเบี้ยออกไป
แม้ความไม่แน่นอนเรื่องดอกเบี้ยยังมีอยู่ แต่ **VIX (ดัชนีความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐ มักสะท้อนความกลัวของตลาด)** อยู่ใกล้ระดับต่ำราว 13 สะท้อนว่าตลาดอาจประมาท ซึ่งเป็นจังหวะซื้อการป้องกันความเสี่ยงได้ในต้นทุนต่ำก่อนการประกาศเงินเฟ้อรอบถัดไป ผู้เทรดอาจพิจารณาซื้อ **คอลออปชัน (call options: สิทธิในการซื้อสินทรัพย์อ้างอิงที่ราคา/เวลาที่กำหนด)** บน VIX หรือผลิตภัณฑ์ที่อิงความผันผวน เพื่อทำหน้าที่เป็น **เฮดจ์ (hedge: การป้องกันความเสี่ยง)** หากเกิดแรงกระแทกต่อตลาด
จากความต่อเนื่องของเงินเฟ้อพื้นฐาน กลุ่มที่ไวต่อดอกเบี้ย เช่น เทคโนโลยีและอสังหาริมทรัพย์ ยังเสี่ยงต่อความประหลาดใจแบบ **สายเหยี่ยว (hawkish: ท่าทีเข้มงวด เน้นสกัดเงินเฟ้อด้วยดอกเบี้ยสูง)** อาจพิจารณากลยุทธ์ป้องกัน เช่น ซื้อ **พุตสเปรด (put spreads: ซื้อพุตและขายพุตอีกระดับราคาเพื่อลดต้นทุนและจำกัดความเสี่ยง)** บน **ETF (กองทุนรวมดัชนีซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์)** ที่ติดตามกลุ่มเหล่านี้ เพื่อกำหนดความเสี่ยงชัดเจนและกันขาลง หากข้อมูลเงินเฟ้อทำให้ Fed ต้องคงท่าทีคุมเข้มต่อไป