ทองคำยังคงต่ำกว่าจุดสูงสุดในรอบกว่าสองสัปดาห์ในวันศุกร์ แต่ยังมีแนวโน้มทำผลงานได้แข็งแกร่งหลังจากปรับขึ้นต่อเนื่องสามสัปดาห์ ตลาดรอการประกาศข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ (Nonfarm Payrolls: NFP—จำนวนตำแหน่งงานใหม่ที่เพิ่มขึ้น/ลดลง ยกเว้นภาคเกษตร และมักทำให้ตลาดผันผวน) ซึ่งจะออกในช่วงท้ายของวัน
การสู้รบรอบช่องแคบฮอร์มุซยังดำเนินต่อไป ขณะที่ความหวังต่อข้อตกลงสหรัฐ-อิหร่านกดราคาน้ำมันดิบลง ส่งผลให้ความกังวลเงินเฟ้อ (inflation—ราคาสินค้าและบริการโดยรวมแพงขึ้น) ลดลง และทำให้ตลาดลดการคาดการณ์ว่าเฟดจะ “เข้มงวด” มากขึ้น (hawkish—แนวโน้มขึ้นดอกเบี้ย/คุมเงินเฟ้อแรง) จึงจำกัดการแข็งค่าของดอลลาร์ และเป็นแรงหนุนต่อทองคำ
ความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่านและข้อตกลงหยุดยิง
กองบัญชาการกลางสหรัฐ (US Central Command—หน่วยบัญชาการทหารสหรัฐในตะวันออกกลาง) ระบุว่า กองกำลังสหรัฐโจมตีจุดยุทธศาสตร์ของอิหร่านที่เชื่อมโยงกับการโจมตีเรือรบในช่องแคบ อิหร่านกล่าวว่าสหรัฐละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ระบุว่าการหยุดยิงยังมีผล และกองทัพสหรัฐย้ำว่าไม่ได้ต้องการยกระดับความขัดแย้ง
ตลาดเลื่อนคาดการณ์การลดดอกเบี้ย (rate cut—การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ) ไปเป็นปลายปี 2027 หรือต้นปี 2028 ทำให้ดอลลาร์ไม่อ่อนค่ามาก และจำกัดการปรับขึ้นของทองคำ รายงาน NFP คาดว่าจะเพิ่มการจ้างงาน 62,000 ตำแหน่งในเดือนเมษายน จากเดิม 178,000 ตำแหน่ง อัตราว่างงาน (unemployment rate—สัดส่วนคนหางานแต่ยังไม่มีงานทำ) ที่ 4.3% และค่าจ้างรายชั่วโมงเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 3.8% เมื่อเทียบรายปี
เชิงเทคนิค ทองคำยังอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่าย 200 ช่วงเวลา (200-period SMA—ค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลัง 200 แท่ง/ช่วงเวลา ใช้ดูแนวโน้มหลัก) และระดับย่อตัว 61.8% (61.8% retracement—ระดับแนวรับ/แนวต้านตามสัดส่วนฟีโบนัชชีที่นักลงทุนใช้จับจังหวะ) โดย RSI (Relative Strength Index—ดัชนีโมเมนตัมบอกภาวะซื้อ/ขายมากเกินไป) อยู่ที่ 64.24 และ MACD (Moving Average Convergence Divergence—ตัวชี้วัดโมเมนตัมจากเส้นเฉลี่ยเคลื่อนที่) ใกล้ 6.13 แนวรับอยู่ที่ 4,703.51, 4,665.16, 4,587.31 และ 4,493.39 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ใกล้ 4,891.35 ดอลลาร์
วันนี้ 8 พฤษภาคม 2026 รายงานการจ้างงานสหรัฐเดือนเมษายนประกาศแล้ว และออกมาต่ำกว่าคาดมาก เศรษฐกิจเพิ่มงานเพียง 35,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าคาด 62,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานขยับขึ้นเป็น 4.4% ข้อมูลนี้ชี้ว่าตลาดแรงงานเริ่มเย็นลง และทำให้มุมมองเปลี่ยนไปจากไม่กี่วันที่ผ่านมา
การวางกลยุทธ์หลังช็อก NFP
ตัวเลขจ้างงานที่อ่อนแอทำให้ “การลดดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้” กลับมาเป็นประเด็นสำคัญ และสวนทางกับมุมมองก่อนหน้าที่เลื่อนการลดดอกเบี้ยไปปลายปี 2027 เครื่องมือ CME FedWatch (FedWatch Tool—เครื่องมือคำนวณความน่าจะเป็นทิศทางดอกเบี้ยจากราคาฟิวเจอร์ส) ตอนนี้ชี้ว่าโอกาสลดดอกเบี้ยภายในสิ้นปี 2026 เกือบ 40% จากต่ำกว่า 5% ในสัปดาห์ก่อน
สำหรับผู้เทรดอนุพันธ์ทองคำ (derivatives—สัญญาที่อ้างอิงราคาสินทรัพย์ เช่น ฟิวเจอร์ส/ออปชัน) นี่เป็นสัญญาณบวก และราคาทะลุแนวต้าน 4,891 ดอลลาร์ไปแล้ว ภายใต้คาดการณ์ดอกเบี้ยที่ลดลงและดอลลาร์ที่อ่อนค่า ออปชันซื้อ (call options—สิทธิในการซื้อที่ราคาใช้สิทธิ) หรือสเปรดแบบขาขึ้น (bull call spreads—ซื้อคอลและขายคอลอีกตัวเพื่อลดต้นทุน แต่จำกัดกำไร) ที่มุ่งเป้าแนว 5,000 ดอลลาร์อาจน่าสนใจ รายงานไตรมาส 1/2026 ที่ระบุการซื้อทองคำของธนาคารกลางยังแข็งแกร่งรวมกว่า 250 ตัน เป็นปัจจัยพื้นฐานหนุนราคา
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index: DXY—ดัชนีวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าสกุลเงินหลัก) หลุดแนวรับสำคัญ 102.00 ทันทีหลังข่าว ทำให้ทองคำถูกลงสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น แนวโน้มอ่อนค่าของดอลลาร์อาจต่อเนื่องตราบใดที่ตลาดคาดว่าเฟดจะผ่อนคลาย (easing—ลดดอกเบี้ย/ทำให้สภาพคล่องตึงน้อยลง)
ส่วนน้ำมันดิบ โฟกัสย้ายจากภูมิรัฐศาสตร์ไปสู่ความเสี่ยงเศรษฐกิจชะลอที่อาจทำให้อุปสงค์พลังงานลดลง แม้ช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นแหล่งความผันผวน (volatility—การแกว่งตัวของราคาแรง/ถี่) แต่ข้อมูลจ้างงานสหรัฐที่อ่อนแอกลายเป็นปัจจัยหลักกดดันราคา ทำให้การเด้งขึ้นจากข่าวตะวันออกกลางอาจอยู่ไม่นาน และอาจเป็นจังหวะสำหรับการเปิดสถานะขาย (short positions—ทำกำไรเมื่อราคาปรับลง)