ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มขึ้นอีกครั้ง หลังมีรายงานการปะทะกันระหว่างกองกำลังสหรัฐฯ และอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก) กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (US Central Command: หน่วยบัญชาการทหารสหรัฐฯ ที่ดูแลตะวันออกกลาง) ระบุว่าได้โจมตีเป้าหมายของอิหร่านที่เชื่อมโยงกับการโจมตีเรือรบ ขณะที่กองทัพอิหร่านกล่าวว่าการโจมตีของสหรัฐฯ กระทบเรือบรรทุกน้ำมัน เรืออีกลำ และพื้นที่พลเรือน
ต่อมาในวันศุกร์ สหรัฐฯ จะเผยข้อมูลการจ้างงานเดือนเมษายน ได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls: จำนวนงานใหม่ที่เพิ่มขึ้น ยกเว้นภาคเกษตร) อัตราว่างงาน (Unemployment Rate: สัดส่วนคนที่ไม่มีงานทำแต่กำลังหางาน) และตัวเลขค่าจ้าง ตลาดคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ 4.3% และคาดว่า NFP จะเพิ่มขึ้น 62,000 ตำแหน่ง พร้อมดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นเดือนพฤษภาคมของมหาวิทยาลัยมิชิแกน (Consumer Sentiment Index: ตัวชี้วัดทัศนคติผู้บริโภคต่อเศรษฐกิจ)
Markets And Dollar In Focus
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index: ค่าดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก) ปรับขึ้น 0.25% ในวันพฤหัสบดี และทรงตัวเล็กน้อยเหนือ 98.00 ในช่วงเช้าวันศุกร์ ฟิวเจอร์สดัชนีหุ้นสหรัฐฯ (stock index futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าอ้างอิงดัชนีหุ้น) ปรับขึ้นเล็กน้อย หลังตลาดปิดลบระดับปานกลางในวันพฤหัสบดี
USD/CAD ขยับขึ้นกว่า 0.2% ในวันพฤหัสบดี และเคลื่อนไหวแถว 1.3650 ในยุโรป ก่อนแคนาดารายงานข้อมูลการจ้างงานในช่วงต้นของเวลาสหรัฐฯ EUR/USD ทรงตัวใกล้ 1.1750 โดยมีผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (ECB: ธนาคารกลางยุโรป) หลายราย รวมถึงคริสติน ลาการ์ด มีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ในภายหลัง
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงตลาดในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม หลังมีแรงซื้อเงินเยนเมื่อ 30 เม.ย. และ USD/JPY ซื้อขายเหนือ 156.50 ทองคำทรงตัวหลังแตะระดับสูงสุดที่ 4,760 ดอลลาร์ ก่อนขยับขึ้นราว 0.8% ใกล้ 4,730 ดอลลาร์ ขณะที่ GBP/USD ขยับเข้าใกล้ 1.3600
Options Strategies And Risk Management
เมื่อปีก่อน ตลาดเคยมองว่ารายงานการจ้างงานอาจอ่อนแอ เพิ่มขึ้นเพียง 62,000 ตำแหน่ง แต่รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) เดือนเมษายน 2026 ล่าสุดกลับแข็งแกร่งที่ 240,000 ตำแหน่ง ภาวะเศรษฐกิจที่ยังแน่นเมื่อเทียบกับความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคุกรุ่น อาจทำให้กลยุทธ์อย่างคอลลาร์ของดัชนีหุ้น (equity index collar: กลยุทธ์ใช้ “ออปชัน” เพื่อจำกัดความเสี่ยงขาลง โดยซื้อสิทธิขายและขายสิทธิซื้อเพื่อช่วยลดต้นทุน) ถูกนำมาใช้เพื่อปกป้องกำไรที่เกิดขึ้น ขณะยังคงอยู่ในตลาด ดัชนี VIX (ตัวชี้วัดความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐฯ: มักถูกเรียก “ดัชนีความกลัว”) ปรับขึ้นมาแถว 15 จากระดับต่ำ 12 เมื่อเดือนก่อน สะท้อนความกังวลที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย
สถานการณ์เงินเยนญี่ปุ่นคล้ายช่วงก่อนหน้า โดยเคยเห็นทางการเข้าแทรกแซงราวช่วงเดียวกันในปี 2025 เมื่อ USD/JPY อยู่เหนือ 156.50 ปัจจุบันคู่เงินทดสอบระดับ 159.00 กระทรวงการคลังญี่ปุ่นออกคำเตือนใหม่ ทำให้ความผันผวนคาดการณ์ (implied volatility: ระดับความผันผวนที่ตลาด “คาด” จากราคาออปชัน) กระโดดสูงขึ้น การซื้อออปชันสิทธิขาย (put options: สิทธิในการขายสินทรัพย์ที่ราคา/ภายในเวลาที่กำหนด ใช้รับมือขาลง) บน USD/JPY อาจเป็นทางเลือกเพื่อรับมือการย่อตัวแรง
ความระมัดระวังในปีก่อนสะท้อนในราคาทองคำที่เคยแตะ 4,730 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะนี้ราคาทรงตัวแถว 2,450 ดอลลาร์ อย่างไรก็ดี การซื้อทองของธนาคารกลางทำสถิติสูงสุดในไตรมาส 1 ปี 2026 แรงหนุนนี้ทำให้สเปรดคอลระยะยาว (long-dated call spreads: กลยุทธ์ซื้อออปชันสิทธิซื้อระยะยาวและขายสิทธิซื้ออีกระดับราคา เพื่อลดต้นทุน แต่จำกัดกำไรสูงสุด) เป็นทางเลือกต้นทุนต่ำกว่า เพื่อรับโอกาสหากเกิดแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยอีกครั้ง