ตลาดหุ้นเอเชียพุ่งแรงจากความคาดหวัง “หยุดยิง” โดยดัชนีนิกเคอิ 225 ทะลุ 62,000 จุดเป็นครั้งแรก และบวกมากกว่า 5% ด้านสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นสหรัฐ (US futures: สัญญาที่อ้างอิงดัชนีหุ้น เพื่อคาดทิศทางตลาดก่อนเปิดจริง) ปรับขึ้น ขณะที่ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index: DXY คือดัชนีวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าเงินหลัก) อ่อนลงใกล้ 97.60 และหุ้นทำสถิติสูงสุดระหว่างวันรอบใหม่
น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (West Texas Intermediate: WTI คือน้ำมันดิบอ้างอิงของสหรัฐ) ร่วงต่ำกว่า 90 ดอลลาร์ และแตะโซน 87 ดอลลาร์ช่วงสั้น ๆ ตลาดจับตาการตอบกลับที่คาดว่าจะมาจากอิหร่านต่อข้อเสนอของสหรัฐ ซึ่งส่งผ่าน “คนกลาง” จากปากีสถาน
การเจรจาหยุดยิงหนุนสินทรัพย์เสี่ยงช่วงต้น
ร่างบันทึกความเข้าใจจะยุติสงคราม และเปิดช่วงเวลา 30 วันเพื่อหารือเรื่องการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม (nuclear enrichment: กระบวนการเพิ่มสัดส่วนยูเรเนียมเพื่อใช้ด้านพลังงานหรืออาวุธ), ทรัพย์สินอิหร่านที่ถูกอายัด (frozen assets: เงิน/ทรัพย์สินที่ถูกระงับการเข้าถึง), และความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: เส้นทางเรือสำคัญของการขนส่งน้ำมันโลก) โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวถึง “การเจรจาที่ดีมาก”
ต่อมา ตลาดพลิกกลับเมื่อเงื่อนไขและคำเตือนกลับมาอีกครั้ง รวมถึงคำขู่ก่อนหน้าของทรัมป์เรื่องการโจมตี “ในระดับและความรุนแรงที่สูงกว่ามาก” รายงานยังระบุว่าเงื่อนไขของอิหร่านคือการยกเลิกการปิดล้อมทางเรือของสหรัฐ (naval blockade: การสกัดกั้น/ควบคุมการเดินเรือเพื่อกดดันอีกฝ่าย)
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC: หน่วยทหารอิทธิพลสูงของอิหร่าน) ยังออกประกาศขอบคุณกัปตันเรือที่ “ปฏิบัติตามกฎของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ” ขบวนคุ้มกัน Project Freedom (escorts: การคุ้มกันเรือพาณิชย์โดยกองกำลังทหาร) ยังหยุดอยู่ แต่เริ่มมีคาดการณ์ว่าอาจกลับมาเดินหน้ารวดเร็ว
ราคาน้ำมันเบนซินสหรัฐอยู่ใกล้ 4.54 ดอลลาร์ต่อแกลลอน สูงสุดตั้งแต่ก.ค. 2022 หลังถ้อยแถลงเชิงเข้มงวดของเฟด (hawkish: แนวทางเข้มงวดด้านดอกเบี้ย เน้นสกัดเงินเฟ้อ) จาก Collins และ Hammack ทำให้ DXY ขยับเหนือ 98, WTI รีบาวด์กลับเหนือ 98 ดอลลาร์ และ S&P 500 พลิกติดลบ
จัดพอร์ตรับความผันผวนท่ามกลางข้อมูลเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์
คาดการณ์ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ (Nonfarm Payrolls: ตัวเลขจ้างงานรายเดือนที่ตลาดใช้วัดความแข็งแรงเศรษฐกิจ) วันศุกร์อยู่ที่ 62,000 ตำแหน่ง เทียบกับครั้งก่อน 178,000 ตำแหน่ง