GBP/USD ปรับขึ้นในวันพฤหัสบดี หลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ และอิหร่านใกล้บรรลุข้อตกลงสันติภาพ ซึ่งอาจทำให้ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก) กลับมาเปิดได้อีกครั้ง แม้ประเด็นอย่างโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน (nuclear programme: การพัฒนาเทคโนโลยี/กิจกรรมด้านนิวเคลียร์) ยังไม่ได้ข้อยุติ โดยคู่เงินเพิ่มขึ้นราว 0.28% และซื้อขายที่ 1.3627 ณ เวลาที่เขียน ขยายการปรับขึ้นเป็นวันที่สามติดต่อกัน
ช่วงการซื้อขายยุโรป GBP/USD อยู่แถว 1.3620 เพิ่มขึ้น 0.18% ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐถูกขายออกจากความคาดหวังว่าอาจมีข้อตกลงเกิดขึ้น การเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้คู่เงินยังทรงตัวใกล้โซน 1.3600
แนวโน้มทางเทคนิคระยะสั้น
มุมมองทางเทคนิคชี้ว่าโทนระยะสั้นเริ่มแข็งแรงขึ้น โดยคู่เงินดีดตัวจากขอบล่างของ “ช่องขาขึ้น” (ascending channel: กรอบแนวโน้มที่ราคาขยับสูงขึ้นเป็นช่วง ๆ) อีกทั้งยังมีแรงพยุงจากเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เอ็กซ์โปเนนเชียล 20 วัน (20-day EMA: ค่าเฉลี่ยราคา 20 วันที่ให้น้ำหนักข้อมูลล่าสุดมากกว่า) และมองเป้าหมายด้านบนแถว 1.3700
ปัจจุบัน ความแข็งแกร่งของดอลลาร์เป็นปัจจัยสำคัญ หนุนโดยธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่มีท่าที “เข้มงวด” มากกว่า (hawkish: มีแนวโน้มคุมเงินเฟ้อด้วยดอกเบี้ยสูง) เมื่อเทียบกับธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England) ข้อมูลการจ้างงานล่าสุดของสหรัฐฯ ระบุว่าเศรษฐกิจเพิ่มตำแหน่งงานมากกว่า 210,000 ตำแหน่งในเดือนที่ผ่านมา ย้ำจุดยืนของ Fed ที่ยังคงดอกเบี้ยในระดับสูง ความต่างของนโยบายนี้สร้างแรงกดดันต่อเงินปอนด์อย่างต่อเนื่อง
ฝั่งสหราชอาณาจักร เงินเฟ้อยังอยู่ระดับสูงที่ 3.5% จากข้อมูลล่าสุด ขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอลง ทำให้ธนาคารกลางอังกฤษตัดสินใจยาก และลดโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมซึ่งจะช่วยพยุงเงินปอนด์ โดยขณะนี้ตลาดเริ่มสะท้อนโอกาส “ลดดอกเบี้ย” ภายในสิ้นปี (pricing in: ราคาตลาดได้คาดการณ์และสะท้อนความเป็นไปได้นั้นแล้ว)
วางกลยุทธ์รับดอลลาร์แข็ง
ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า อาจพิจารณากลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากดอลลาร์แข็งและปอนด์อ่อน เช่น ซื้อ “พุตออปชัน” (put options: สิทธิในการขายสินทรัพย์ที่ราคาอ้างอิงภายในเวลาที่กำหนด) ของ GBP/USD ที่ราคาใช้สิทธิ (strike price: ราคาที่กำหนดไว้ในสัญญาออปชัน) แถว 1.2450 เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการปรับลงเพิ่มเติม อย่างไรก็ดี “ความผันผวนโดยนัย” เพิ่มขึ้น (implied volatility: ระดับความผันผวนที่ตลาดสะท้อนผ่านราคาออปชัน) บ่งชี้ว่าตลาดคาดการแกว่งตัวแรงขึ้น จึงอาจใช้กลยุทธ์แบบสเปรด เช่น “แบร์พุตสเปรด” (bear put spread: ซื้อพุตที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่า และขายพุตที่ราคาใช้สิทธิต่ำกว่า เพื่อลดต้นทุนค่าเบี้ยประกัน/พรีเมียม) เพื่อช่วยควบคุมต้นทุนพรีเมียมที่สูงขึ้น (premium: ค่าใช้จ่ายที่จ่ายเพื่อซื้อออปชัน)