หุ้นสหรัฐปรับขึ้น หลังผลประกอบการกลุ่มเทคโนโลยีออกมาดี หนุนแรงซื้อยังแข็งแกร่ง ภาพรวมการซื้อขายค่อนข้างเงียบ แต่ตลาดสหรัฐไปต่อได้ ขณะที่ภูมิภาคอื่นยังตามหลัง
ผลประกอบการของ AMD และ TSMC หนุนมุมมองว่า “อุปสงค์ที่เกี่ยวข้องกับ AI” (ความต้องการชิปและบริการที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์) ยังเดินหน้าต่อ อย่างไรก็ดี ตลาดยุโรปได้แรงหนุนจากธีมนี้น้อยกว่า เพราะหุ้นเทคมีสัดส่วนต่ำกว่าในดัชนีหลักของยุโรป (ดัชนีหุ้น คือ “ตะกร้าหุ้น” ที่ใช้วัดภาพรวมตลาด)
ความแตกต่างของตลาดสหรัฐและยุโรป
ภาวะตลาดยังต่างกันจากปัญหาซัพพลายสะดุดต่อเนื่อง (ซัพพลายสะดุด คือ การผลิต/ขนส่งวัตถุดิบหรือสินค้าไม่ราบรื่น) ทำให้มุมมองต่อสหรัฐยังดูแข็งแกร่งกว่ายุโรปในสภาพแวดล้อมปัจจุบัน
บิตคอยน์ทรงตัวเหนือ 80,000 ดอลลาร์ หลังการฟื้นตัวจากจุดต่ำในเดือนกุมภาพันธ์ยังดำเนินต่อ โดยได้แรงหนุนจากเงินไหลเข้า และบรรยากาศตลาดที่รับความเสี่ยงมากขึ้น (risk-on คือ นักลงทุนกล้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น)
เมื่อปัจจัยสนับสนุนยังอยู่ บิตคอยน์มีโอกาสกลับไปทดสอบ 90,000 ดอลลาร์อีกครั้ง
มองย้อนต้นปี 2025 ตลาดเห็นความต่างชัดเจนระหว่างความแข็งแกร่งของหุ้นเทคสหรัฐกับตลาดยุโรป ซึ่งสะท้อนโอกาสทำ “Pair Trade” (กลยุทธ์ซื้อสินทรัพย์หนึ่งและขายอีกสินทรัพย์หนึ่งพร้อมกัน เพื่อเล่น “ส่วนต่าง” ของผลตอบแทน) เช่น ซื้อคอลออปชันบน Nasdaq 100 พร้อมซื้อพุตบนดัชนีอย่าง DAX ของเยอรมนี (คอลออปชัน คือ สิทธิซื้อ, พุตออปชัน คือ สิทธิขาย; ดัชนี Nasdaq 100 คือดัชนีหุ้นเทคขนาดใหญ่สหรัฐ)
การตั้งค่ากลยุทธ์บิตคอยน์และออปชันหุ้นเทค
ปัจจุบัน เรื่องเล่าเกี่ยวกับ AI ยังเป็นธีมหลัก ทำให้ความคาดหวังต่อหุ้นเทคอยู่ในระดับสูง ขณะเดียวกัน “Implied Volatility” ของหุ้นเทคใหญ่ ๆ อยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 18 เดือน (Implied Volatility คือ ความผันผวนที่ตลาด “คาด” ผ่านราคาออปชัน) นักลงทุนอาจพิจารณา “Call Option Spread” เพื่อวางตำแหน่งรับขาขึ้นด้วยต้นทุนต่ำลง (สเปรด คือ ซื้อคอลที่ราคาใช้สิทธิหนึ่ง และขายคอลอีกระดับหนึ่ง เพื่อลดต้นทุนแต่จำกัดกำไรสูงสุด) ผลประกอบการล่าสุดของผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่สะท้อนอุปสงค์บริการที่เกี่ยวข้องกับ AI เพิ่มขึ้น 45% เมื่อเทียบปีก่อน (YoY คือ เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน) หนุนมุมมองเชิงบวกในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
การฟื้นตัวของบิตคอยน์ช่วงต้นปี 2025 จากจุดต่ำเดือนกุมภาพันธ์ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อราคาทรงเหนือ 80,000 ดอลลาร์ นักลงทุนฝั่งคาดขึ้นเริ่มเพิ่มน้ำหนักคอลออปชัน เป้าราคาใช้สิทธิ (Strike Price คือ ราคาที่ใช้ซื้อ/ขายตามสิทธิในออปชัน) ที่ 90,000 และแม้แต่ 100,000 ดอลลาร์สำหรับช่วงปลายปี และต่อมาบิตคอยน์ก็ทะลุ 100,000 ดอลลาร์ในไตรมาส 4 ปี 2025 ตามที่ตลาดคาดหวัง
ขณะนี้บิตคอยน์ซื้อขายราว 115,000 ดอลลาร์ ตลาดเริ่มมีสัญญาณ “พักฐาน” (Consolidation คือ แกว่งในกรอบเพื่อสะสมแรงซื้อ/ขาย) จากความผันผวนแบบขึ้นลงสลับเร็ว (choppy) กลยุทธ์ขายพุตหรือคอลที่อายุสั้นและอยู่นอกกรอบราคา (Out-of-the-money คือ ราคาใช้สิทธิอยู่ไกลจากราคาปัจจุบัน ทำให้โอกาสถูกใช้สิทธิน้อยกว่า) ซึ่งเรียกว่า “Short Strangle” (ขายคอลและขายพุตพร้อมกันเพื่อเก็บค่าเบี้ย; Premium คือ ค่าเบี้ยออปชันที่ผู้ขายได้รับ) อาจช่วยให้เก็บค่าเบี้ยจากการแกว่งในกรอบที่คาดไว้ได้ ข้อมูลสัปดาห์ล่าสุดชี้ว่าเงินไหลเข้าสุทธิของ Spot Bitcoin ETF (อีทีเอฟบิตคอยน์แบบถือสินทรัพย์จริง) ชะลอลงเหลือเพียง 500 ล้านดอลลาร์ ลดลงมากจากระดับไหลเข้าหลายพันล้านดอลลาร์ต่อสัปดาห์ช่วงต้นปี สอดคล้องกับมุมมอง “ทรงตัว” ของตลาด (Neutral outlook)
สร้างบัญชีจริงกับ VT Markets และ เริ่มเทรด ได้เลย