สหรัฐฯ รายงานจำนวนผู้ขอรับสิทธิประโยชน์ว่างงานต่อเนื่อง (continuing jobless claims: จำนวนผู้ที่ยังคงยื่นรับ “เงินช่วยเหลือผู้ว่างงาน” ต่อเนื่องหลังจากยื่นครั้งแรกแล้ว) อยู่ที่ 1.766 ล้านราย สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 24 เม.ย. ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 1.8 ล้านราย
ตัวเลขนี้หมายความว่า ผู้ที่ยังคงรับเงินช่วยเหลือผู้ว่างงานมีน้อยกว่าที่ตลาดคาด โดยต่างจากคาดการณ์ 0.034 ล้านราย (34,000 ราย)
ผลต่อแนวโน้มนโยบายของเฟด
ตัวเลขผู้ขอรับสิทธิประโยชน์ว่างงานต่อเนื่องที่ต่ำกว่าคาดในวันที่ 24 เม.ย. สะท้อนว่าตลาดแรงงานตึงตัว (หมายถึงนายจ้างยังต้องการแรงงานสูง หางานง่ายขึ้น และแรงกดดันค่าจ้างมีโอกาสสูง) มากกว่าที่ประเมินไว้ ความแข็งแกร่งนี้ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed/เฟด) มีเหตุผลน้อยลงที่จะลดดอกเบี้ยในระยะใกล้ เรามองเป็นสัญญาณว่านโยบายการเงินจะยังคง “เข้มงวด” (restrictive: คงดอกเบี้ยสูงเพื่อชะลอเศรษฐกิจและกดเงินเฟ้อ) ต่อไปนานขึ้น
ข้อมูลแรงงานนี้สอดคล้องกับตัวเลขล่าสุดอื่น ๆ เช่น รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI: ตัวชี้วัดเงินเฟ้อจากราคาสินค้าและบริการ) ที่ชี้ว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation: เงินเฟ้อที่ตัดราคาอาหารและพลังงานที่ผันผวนออก) ยังทรงตัวสูงที่ 3.1% และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (manufacturing PMI: แบบสำรวจทิศทางกิจกรรมโรงงาน; สูงกว่า 50 มักสื่อว่าขยายตัว) ปรับขึ้นเหนือคาด รูปแบบ “เศรษฐกิจยังทนทาน” นี้ทำให้เหตุผลในการผ่อนคลายนโยบายเร็วเกินไปลดลง และความคาดหวังของตลาดต่อการลดดอกเบี้ยในเดือนก.ค. ดูมีโอกาสน้อยลง
สำหรับนักลงทุนที่ซื้อขายตามทิศทางอัตราดอกเบี้ย ข้อมูลนี้หนุนมุมมอง “ดอกเบี้ยสูงนาน” (higher for longer) อาจพิจารณาวางสถานะในสัญญาฟิวเจอร์ส SOFR (SOFR futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าอ้างอิงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น SOFR ซึ่งสะท้อนความคาดหวังดอกเบี้ยนโยบาย) ในลักษณะที่เดิมพันว่าเฟดจะไม่ลดดอกเบี้ยก่อนไตรมาส 4 นอกจากนี้ การขายฟิวเจอร์สพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี (2-year Treasury futures: ราคาเคลื่อนไหวสวนทางกับผลตอบแทน และไวต่อคาดการณ์นโยบายเฟด) ก็อาจเป็นทางเลือก เพราะผลตอบแทนอายุสั้นรับอิทธิพลจากความคาดหวังต่อเฟดมาก
ในตลาดหุ้น ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแรงอาจเป็นแรงกดดันต่อหุ้นเติบโต (growth stocks: หุ้นที่คาดกำไรโตสูง มักอ่อนไหวต่อดอกเบี้ย) ซึ่งอ่อนไหวต่อต้นทุนการกู้ยืม อาจพิจารณาซื้อออปชันแบบ Put (put options: สิทธิในการขายเพื่อป้องกันความเสี่ยง/ทำกำไรเมื่อราคาลด) บนดัชนีที่มีหุ้นเทคโนโลยีเป็นสัดส่วนสูงเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการปรับ “คาดการณ์ดอกเบี้ย” ของตลาด ความผันผวน (volatility: ระดับการแกว่งของราคา) อาจเพิ่มขึ้น ทำให้ออปชันแบบ Call บนดัชนี VIX (VIX call options: เดิมพันว่าดัชนีความผันผวนจะสูงขึ้น) น่าสนใจสำหรับการวางสถานะรับความปั่นป่วนของตลาด
ภาพเทียบอดีตและแนวโน้มระยะใกล้
ย้อนดูอดีต เคยเกิดสถานการณ์คล้ายกันในช่วงฤดูร้อนปี 2025 เมื่อรายงานการจ้างงานที่แข็งแกร่งทำให้กรอบเวลาการผ่อนคลายนโยบายถูกเลื่อนออกไปต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาดหุ้นเคลื่อนไหวแบบแกว่งออกด้านข้าง (sideways consolidation: ขึ้นลงในกรอบ ยังไม่เป็นขาขึ้น/ขาลงชัดเจน) และทำให้การคาดหวังฝั่งบวกผิดหวัง บริบทนี้ชี้ว่าควรลดความคาดหวังต่อการ “ทะลุกรอบขึ้นแรง” ของตลาดในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า