ยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐเป็นวันที่สองติดต่อกันในวันพฤหัสบดี โดยซื้อขายใกล้ระดับ 1.1765 การเคลื่อนไหวได้รับแรงหนุนจากความหวังเรื่องข้อตกลงสันติภาพที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐและอิหร่าน รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจยูโรโซนที่ออกมาดีกว่าคาด
คู่เงินได้แรงพยุงหลังราคาน้ำมันปรับลดลง จากรายงานความคืบหน้าในการเจรจา ระบุว่าเตหะรานกำลังพิจารณา “แผนสันติภาพของสหรัฐ” และสำนักข่าว Al Hadath รายงานว่าการหารือเพื่อกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซมีความคืบหน้าอย่างมาก (ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันโลก)
Fed Signals And Dollar Reaction
ซูซาน คอลลินส์ ประธานเฟดสาขาบอสตัน ระบุว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายอาจ “ตรึงไว้” (คงอัตราดอกเบี้ยเดิม) เป็นเวลานาน ขณะที่ “การลดดอกเบี้ย” ยังเป็นฉากทัศน์หลัก อย่างไรก็ตาม ความเห็นดังกล่าวแทบไม่กระทบต่อ EUR/USD
ยูโรสแตทรายงานว่ายอดค้าปลีกยูโรโซนลดลง 0.1% ในเดือนมีนาคม เทียบกับที่ตลาดคาดว่าจะลดลง 0.3% ข้อมูลเดือนกุมภาพันธ์ถูกปรับทบทวนเป็นลดลง 0.3% และยอดขายรายปีเพิ่มขึ้น 1.2% สูงกว่าคาด 1% หลังจากเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้น 1.3% (ยอดค้าปลีกคือมูลค่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคในร้านค้า/ค้าปลีก ใช้สะท้อนกำลังซื้อ)
คำสั่งซื้อภาคโรงงานของเยอรมนีเพิ่มขึ้น 5% ในเดือนมีนาคม สูงกว่าคาด 1% และเร่งจาก 1.4% ในเดือนกุมภาพันธ์ (คำสั่งซื้อภาคโรงงานคือคำสั่งซื้อใหม่ของภาคการผลิต ใช้ชี้แนวโน้มกิจกรรมอุตสาหกรรม) ทั้งนี้ คู่เงินยังติดแนวต้านบริเวณ 1.1790–1.1800 โดยมีแนวรับแถว 1.1745 และโซนสำคัญระหว่าง 1.1745–1.1775 (แนวรับ/แนวต้านคือระดับราคาที่มักมีแรงซื้อ/แรงขายหนาแน่นจากมุมมองทางเทคนิค)