ดุลการค้าของฝรั่งเศสเดือนมีนาคมออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด โดยคาดการณ์ว่าจะขาดดุล -5.6 พันล้านยูโร
ตัวเลขจริงขาดดุล -6.9 พันล้านยูโร แปลว่าขาดดุลมากกว่าที่คาด
ดุลการค้าฝรั่งเศสที่ขาดดุลมากกว่าคาดในเดือนมีนาคมกดดันค่าเงินยูโรในระยะสั้น ข้อมูลนี้สะท้อนเศรษฐกิจของประเทศหลักในยูโรโซนกำลังอ่อนแรง ทำให้ควรพิจารณามุมมอง “ขาลง” (คาดว่าราคาจะลดลง) โดยอาจพิจารณาซื้อ “พุตออปชัน” (สิทธิในการขายสินทรัพย์ที่ราคาอนาคตที่กำหนด) บนคู่เงิน EUR/USD โดยเฉพาะราคาใช้สิทธิ (strike price) ที่ต่ำกว่าระดับ “แนวรับ” (ระดับราคาที่มักมีแรงซื้อพยุง) สำคัญที่ 1.0850
ข้อมูลชุดนี้เสริมภาพรวมที่อาจกระทบการตัดสินใจของธนาคารกลางยุโรป (ECB) หลังเงินเฟ้อยูโรโซนชะลอลงมาอยู่ที่ 2.1% หากเศรษฐกิจยังอ่อนแรงต่อเนื่อง ตลาดอาจเพิ่มการคาดการณ์ว่า ECB จะ “ลดดอกเบี้ย” (ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย) ในอนาคต ส่งผลให้กำลังประเมินการ “ขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า” (ฟิวเจอร์ส: สัญญาที่ตกลงซื้อ/ขายในอนาคตที่ราคากำหนด) ของยูโร เพื่อรับประโยชน์จากความคาดหวังทิศทางนโยบายการเงินที่เปลี่ยนไป
ผลงานการค้าที่แย่ยังเป็นสัญญาณลบต่อหุ้นฝรั่งเศส โดยเฉพาะบริษัทที่พึ่งพาการส่งออกสูง คาดว่าดัชนี CAC 40 จะให้ผลตอบแทนแย่กว่าตลาดยุโรปอื่นในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า กลยุทธ์ที่น่าสนใจคือ “ชอร์ต” (ทำกำไรจากการปรับลง โดยขายก่อนแล้วค่อยซื้อคืน) ฟิวเจอร์ส CAC 40 และ “ลอง” (ถือฝั่งขึ้น) ดัชนี DAX ของเยอรมนี โดยเฉพาะเมื่อคำสั่งซื้อภาคโรงงานของเยอรมนีเพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือนที่แล้วสวนทางความคาดหมาย
ความไม่แน่นอนต่อการเติบโตของยุโรปกำลังเพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนในตลาด “อนุพันธ์” (ตราสารการเงินที่ราคาอิงสินทรัพย์อื่น เช่น ออปชัน/ฟิวเจอร์ส) โดย “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility: ระดับความผันผวนที่ตลาดคาดและสะท้อนอยู่ในราคาออปชัน) ของออปชัน EUR/USD ระยะ 1 เดือน เพิ่มจาก 7.2% เป็น 8.5% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา สำหรับผู้ที่ถือสถานะ “ลอง” ในสินทรัพย์ยุโรปอยู่แล้ว ช่วงนี้ควรพิจารณาซื้อพุตแบบป้องกันความเสี่ยง (protective puts: ซื้อพุตเพื่อจำกัดขาดทุนหากราคาปรับลง) เพื่อ “เฮดจ์” (ป้องกันความเสี่ยงของพอร์ต) ต่อโอกาสที่ตลาดจะอ่อนตัวลง