AUD/USD ปรับขึ้นราว 0.8% ในวันพุธ ปิดใกล้ 0.7240 หลังแตะ 0.7280 แต่ยืนเหนือ 0.7250 ไม่ได้ คู่เงินทำระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี และเกิด “ไส้เทียนด้านบน” ซ้ำๆ ใกล้จุดสูงสุด (ไส้เทียนด้านบนคือช่วงที่ราคาขึ้นไปสูงระหว่างวันแต่ถูกขายกดลงมาปิดต่ำกว่า สะท้อนแรงขายที่แนวต้าน)
เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง หลังประธานาธิบดีทรัมป์สั่งพักปฏิบัติการ “Project Freedom” ในช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางการเจรจากับอิหร่านโดยปากีสถานเป็นตัวกลาง อิหร่านระบุว่ากำลังพิจารณาข้อเสนอล่าสุดจากสหรัฐแต่ยังไม่ตอบอย่างเป็นทางการ ขณะที่ช่องแคบยังปิดต่อการขนส่งเชิงพาณิชย์เป็นส่วนใหญ่ แม้มีการหยุดยิงตั้งแต่ 8 เมษายน
โหมดรับความเสี่ยง ขยับโฟกัสสู่ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ
ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐ ADP เดือนเมษายนออกมาที่ 109,000 ตำแหน่ง เทียบกับคาดการณ์ 99,000 ตำแหน่ง (ADP คือรายงานการเปลี่ยนแปลงการจ้างงานจากบริษัทเอกชน ใช้ชี้ทิศทางตลาดแรงงาน) อย่างไรก็ดี ตลาดให้น้ำหนักกับบรรยากาศ “รับความเสี่ยง” (risk-on คือภาวะที่นักลงทุนกล้าถือสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น) มากกว่า และหันไปจับตาดุลการค้าออสเตรเลียเดือนมีนาคมในวันพฤหัสบดี รวมถึงตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ (NFP) วันศุกร์ ซึ่งคาดที่ 60,000 ตำแหน่ง เทียบกับ 178,000 ตำแหน่งก่อนหน้า (NFP คือจำนวนการจ้างงานใหม่ในสหรัฐ ยกเว้นภาคเกษตร เป็นตัวเลขที่ตลาดใช้ประเมินทิศทางดอกเบี้ย)
บนกราฟ 15 นาที AUD/USD ซื้อขายที่ 0.7239 และยืนเหนือราคาเปิดวันนั้นที่ 0.7205 โดย Stochastic RSI อยู่ใกล้ 60 (Stochastic RSI คืออินดิเคเตอร์โมเมนตัม ใช้ดูภาวะร้อนแรง/อ่อนแรงของราคา) ส่วนกราฟรายวัน ซื้อขายที่ 0.7239 เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โปเนนเชียล (EMA) 50 วันที่ 0.7072 และ EMA 200 วันที่ 0.6826 (EMA คือค่าเฉลี่ยที่ให้น้ำหนักกับราคาล่าสุดมากกว่า ใช้ดูแนวโน้ม) ขณะที่ Stochastic RSI อยู่ราว 53
ปัจจัยหนุน AUD ได้แก่ ดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) และเป้าหมายเงินเฟ้อ 2–3% อุปสงค์จากจีน และราคาแร่เหล็ก ซึ่งมีมูลค่ารวมปีละ 118,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2021 ดุลการค้าและภาพรวมความเชื่อมั่นต่อความเสี่ยงก็มีผลต่อค่าเงินเช่นกัน
หากย้อนกลับไปต้นเดือนพฤษภาคม 2025 โมเมนตัมขาขึ้นของ AUD/USD อยู่ใกล้จุดสูงสุดแถว 0.7240 ตลาดขับเคลื่อนด้วยบรรยากาศรับความเสี่ยงและความหวังว่าความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซจะลดลง แต่สัญญาณแรงส่งที่เริ่มอ่อนลงในเวลานั้นถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญ ปัจจุบันคู่เงินซื้อขายต่ำกว่ามากแถว 0.6550 ทำให้จุดสูงสุดในรอบ 4 ปีเป็นเพียงภาพในอดีต
อะไรเปลี่ยนไปหลังทำจุดสูงสุด
จุดเปลี่ยนหลักคือรายงาน NFP เดือนเมษายน 2025 ที่ตลาดคาดว่าอ่อนแอเพียง 60,000 ตำแหน่ง แต่ตัวเลขจริงออกมาสูงถึง 245,000 ตำแหน่ง ทำให้ตลาดต้อง “ปรับคาดการณ์ใหม่” ต่อทิศทางนโยบายเฟดอย่างรวดเร็ว (หมายถึงนักลงทุนเปลี่ยนมุมมองเรื่องดอกเบี้ยในอนาคตทันที) และยุติการอ่อนค่ากว้างๆ ของดอลลาร์สหรัฐที่เคยหนุนคู่เงิน เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าอารมณ์ตลาดเปลี่ยนได้เร็ว และตอกย้ำว่าสัญญาณแรงซื้อหมดใกล้ 0.7250 เป็นจังหวะเหมาะสำหรับเปิดสถานะขาย (short คือการทำกำไรจากการคาดว่าราคาจะลง)
หลังจากนั้น RBA ยังมีส่วนกดดันค่าเงินออสเตรเลีย โดยลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% (25 basis points คือ 0.25%) เหลือ 4.10% ในเดือนมีนาคม 2026 จากเงินเฟ้อที่ชะลอและการใช้จ่ายผู้บริโภคที่อ่อนแรง ความต่างของทิศทางนโยบายกับเฟดที่ตรึงดอกเบี้ยไว้ที่ 5.50% ยังคงกดดันดอลลาร์ออสเตรเลียอย่างมีนัยสำคัญ (ส่วนต่างดอกเบี้ยคือความต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองประเทศ) ส่วนต่างดอกเบี้ยทำให้การถือสถานะขาย AUD/USD ยังน่าสนใจผ่าน “แคร์รี่” (carry คือผลตอบแทนจากส่วนต่างดอกเบี้ย เมื่อถือสถานะตามโครงสร้างดอกเบี้ย)
นอกจากนี้ ความกังวลต่อเศรษฐกิจจีนได้ส่งผลชัดขึ้นและกดดัน AUD ข้อมูลล่าสุดชี้ว่าการผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีนชะลอ และภาคอสังหาริมทรัพย์ยังถ่วงการเติบโต ทำให้ราคาแร่เหล็กลดลงจากมากกว่า 120 ดอลลาร์ต่อตันปีก่อน เหลือราว 105 ดอลลาร์ต่อตันในปัจจุบัน ในฐานะสินค้าส่งออกหลักของออสเตรเลีย ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ลดลงย่อมทำให้ความต้องการถือสกุลเงินออสเตรเลียอ่อนลงโดยตรง
ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า ผู้ค้าอาจมองการดีดตัวของ AUD/USD เป็นโอกาสขาย โดยเฉพาะเมื่อรีบาวด์เข้าใกล้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน ซึ่งอยู่แถว 0.6610 เมื่อแนวโน้มขาลงชัดเจน การซื้อออปชันประเภทพุต (put option คือสัญญาที่ให้สิทธิขายในราคาที่กำหนด ใช้ทำกำไรเมื่อราคาลง) เป็นกลยุทธ์ที่จำกัดความเสี่ยงได้ เพื่อวางตำแหน่งรับโอกาสหลุดต่ำกว่าจุดต่ำสุดของปีที่ 0.6480 นอกจากนี้อาจพิจารณาขายคอลออปชันที่ราคาใช้สิทธิไกลกว่าตลาด (out-of-the-money call คือคอลที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่าราคาปัจจุบัน) เพื่อรับ “พรีเมียม” (premium คือค่าที่ผู้ซื้อออปชันจ่ายให้ผู้ขาย) โดยคาดว่าปัจจัยพื้นฐานจะจำกัดการปรับขึ้นที่มีนัยสำคัญ