เงินเฟ้อราคาผู้บริโภค (CPI: ดัชนีราคาผู้บริโภค ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าและบริการที่ประชาชนซื้อ) ของเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นเป็น 2.6% เมื่อเทียบรายปีในเดือนเมษายน จาก 2.2% ในเดือนมีนาคม ตัวเลขสอดคล้องกับคาดการณ์ของตลาด แต่ต่ำกว่าประมาณการที่ 2.8% สาเหตุหลักมาจากราคาสินค้าอาหารลดลงมากกว่าที่คาด
เงินเฟ้อเดือนเมษายนสูงสุดในรอบ 21 เดือน โดยมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาลช่วยชะลอการปรับขึ้นราคา มาตรการดังกล่าวรวมถึงคูปอง/บัตรกำนัลอาหาร เพดานราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และตรึงค่าไฟฟ้า-ค่าน้ำ (ค่าสาธารณูปโภค)
เงินเฟ้อพื้นฐานและแรงกดดันด้านพลังงาน
เงินเฟ้อพื้นฐาน (Core inflation: เงินเฟ้อที่ตัดหมวดอาหารและพลังงานซึ่งผันผวนสูงออก เพื่อดูแนวโน้มราคาแท้จริง) ทรงตัวที่ 2.2% เป็นเดือนที่สอง ขณะที่ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นมากที่สุด นำโดยน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม
ราคาน้ำมันและปิโตรเลียมเพิ่มขึ้น 21.9% เมื่อเทียบรายปี ส่งผลต่อเงินเฟ้อรวมเพิ่มขึ้น 0.84 จุดเปอร์เซ็นต์ (percentage points: ความต่างของ “จุด” ของอัตราร้อยละ เช่น 2% เป็น 3% คือเพิ่ม 1 จุดเปอร์เซ็นต์) เพดานราคาน้ำมันเชื้อเพลิงช่วยให้การเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานต่ำกว่าประเทศเศรษฐกิจหลักหลายแห่ง
ในหมวดบริการ ค่าเช่าที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น 1.0% และทยอยเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือนมกราคม 2024 ซึ่งก่อนหน้านั้นลดลง 0.2% การปรับค่าเช่าเปลี่ยนช้า สอดคล้องกับระบบเช่า “ชอนเซ” (Jeonse: ระบบเช่าแบบวางเงินมัดจำก้อนใหญ่แทนการจ่ายค่าเช่ารายเดือน ทำให้การเปลี่ยนแปลงค่าเช่า/ภาระค่าอยู่อาศัยสะท้อนช้ากว่า)
เงินเฟ้อทั่วไป (Headline inflation: เงินเฟ้อรวมทุกหมวด) มีแนวโน้มสูงขึ้นแม้มีมาตรการรัฐ อาจแตะราว 3% ได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน โดยนโยบายยังจับตา “ความคาดหวังเงินเฟ้อ” (inflation expectations: การคาดการณ์ของคนและธุรกิจว่าเงินเฟ้อจะเป็นอย่างไร ซึ่งมีผลต่อการตั้งราคาและค่าแรง) และคาดว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป รวมถึงการขึ้นดอกเบี้ยรวม 50 เบซิสพอยต์ในครึ่งหลังปี 2026 (basis points: หน่วยการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย 1 เบซิสพอยต์ = 0.01%) โดยมองว่าโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเดือนกรกฎาคมมากกว่าเดือนพฤษภาคม
ผลต่อดอกเบี้ยและเงินวอนเกาหลี
ด้วยเงินเฟ้อเดือนเมษายนที่ 2.6% สูงสุดในรอบ 21 เดือน เรามองว่าธนาคารกลางเกาหลี (BoK) อาจให้น้ำหนักกับการขึ้นดอกเบี้ยในระยะถัดไปมากขึ้น แม้มาตรการเพดานราคาน้ำมันและคูปองอาหารยังช่วยกดตัวเลขไว้ โดยเฉพาะช่วงที่น้ำมันดิบ WTI (WTI crude: ราคาน้ำมันดิบอ้างอิงของสหรัฐ) ล่าสุดสูงกว่า 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานที่ทรงตัว 2.2% สะท้อนว่าแรงกดดันด้านราคาโดยรวมยังไม่ร้อนแรงมากในตอนนี้
ตลาดเริ่มสะท้อนมุมมองว่า BoK จะ “เข้มงวด” มากขึ้น (hawkish: มุ่งคุมเงินเฟ้อด้วยดอกเบี้ยสูง/เข้มงวด) จากเดิมที่นโยบายค่อนข้างทรงตัวตลอดปี 2025 เราเชื่อว่าการขึ้นดอกเบี้ยน่าจะเกิดในครึ่งหลังของปี และมีโอกาสเริ่มในเดือนกรกฎาคมมากกว่าเดือนนี้ จึงมีจังหวะวางกลยุทธ์ให้เงินวอนแข็งค่าต่อสกุลเงินที่นโยบายการเงิน “ผ่อนคลาย” มากกว่า (dovish: เน้นสนับสนุนเศรษฐกิจด้วยดอกเบี้ยต่ำ/ผ่อนคลาย) เช่น เงินเยนญี่ปุ่น ที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายใกล้ 0.10%
เราคาดว่าดอกเบี้ยจะถูกปรับขึ้นรวม 50 เบซิสพอยต์ก่อนสิ้นปี ซึ่งอาจหนุนความต้องการถือเงินวอน ผู้ลงทุนอาจพิจารณาทำสัญญาสวอปอัตราดอกเบี้ยแบบ “จ่ายอัตราคงที่” (pay-fixed interest rate swap: สัญญาแลกเปลี่ยนดอกเบี้ยที่ผู้ถือสัญญาจ่ายดอกเบี้ยคงที่และรับดอกเบี้ยลอยตัว เพื่อได้ประโยชน์เมื่อดอกเบี้ยขาขึ้น) เพื่อรับประโยชน์จากการคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ BoK จะปรับขึ้นจาก 3.50% มุมมองนี้สอดคล้องกับค่าเช่าที่อยู่อาศัยที่ไต่ขึ้นต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดี การแทรกแซงของรัฐบาลเพื่อกดราคายังเป็นความเสี่ยงสำคัญที่อาจทำให้จังหวะการขึ้นดอกเบี้ยของ BoK ช้าลง กลยุทธ์ที่เหมาะสมคือใช้ “ออปชัน” (options: สัญญาที่ให้สิทธิ แต่ไม่บังคับ ในการซื้อ/ขายสินทรัพย์ที่ราคากำหนด) เพื่อรับมือความไม่แน่นอน เช่น ซื้อคอลออปชันเงินวอน (KRW call options: สิทธิในการซื้อเงินวอนที่ราคาเป้าหมาย เพื่อได้ประโยชน์เมื่อเงินวอนแข็งค่า) วิธีนี้ช่วยเปิดโอกาสทำกำไรเมื่อเงินวอนแข็งค่า พร้อมจำกัดความเสี่ยงหากเงินเฟ้อชะลอลงและการขึ้นดอกเบี้ยถูกเลื่อน
สร้างบัญชีจริง VT Markets ของคุณ และ เริ่มเทรด ได้เลย