ดอลลาร์นิวซีแลนด์แข็งค่ามากกว่า 1.5% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในวันพุธ หลังมีรายงานว่าสหรัฐและอิหร่านใกล้บรรลุข้อตกลงสันติภาพ คู่เงิน NZD/USD ขยับขึ้นเหนือกรอบการซื้อขายในรอบ 3 สัปดาห์ และเข้าใกล้ระดับ 0.6000 (pip คือหน่วยย่อยของการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยน) โดยอยู่ต่ำกว่าระดับก่อนเกิดสงครามเล็กน้อย
Axios รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐ 2 รายและแหล่งข่าวอื่นว่า ผู้แทนสหรัฐและอิหร่านกำลังเข้าใกล้การจัดทำบันทึกความเข้าใจ (memorandum of understanding: ข้อตกลงเบื้องต้นที่ยังไม่ใช่สัญญาผูกมัดเต็มรูปแบบ) แบบหน้าเดียวเพื่อยุติความขัดแย้ง รายงานระบุว่าเอกสารดังกล่าวจะวางกรอบสำหรับการเจรจาเรื่องนิวเคลียร์ในระยะถัดไป
การเจรจาหยุดยิงหนุนสินทรัพย์เสี่ยง
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐประกาศ “พัก” แผนคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐกล่าวเมื่อวันอังคารว่า เป้าหมายของ “Operation Epic Fury” บรรลุแล้ว ส่งผลให้ตลาดลดความคาดหวังต่อการกลับมาปะทะรอบใหม่
ฝั่งนิวซีแลนด์ อัตราว่างงานลดลงมาอยู่ที่ 5.3% ในไตรมาส 1 จาก 5.4% ต่ำกว่าที่ตลาดคาด แม้การเติบโตการจ้างงานจะอ่อนลง ขณะที่ต้นทุนแรงงานปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ NZD แข็งค่าหลังการประกาศข้อมูล
ต่อจากนี้ตลาดจับตารายงาน US ADP Employment Change (ตัวเลขการเปลี่ยนแปลงการจ้างงานภาคเอกชนจาก ADP ซึ่งเป็นบริษัทด้านเงินเดือน ใช้เป็นสัญญาณนำก่อนข้อมูลแรงงานทางการ) โดยคาดว่า “เอกชน” จะเพิ่มการจ้างงานเป็น 99,000 ตำแหน่งในเดือนเมษายน จาก 62,000 ตำแหน่งในเดือนมีนาคม ก่อนรายงาน Nonfarm Payrolls วันศุกร์ (ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ ซึ่งเป็นข้อมูลแรงงานสำคัญของทางการ)
ตลาดรอปัจจัยใหม่จากข้อมูลเศรษฐกิจ
วันนี้บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกยังไม่ได้หนุนสินทรัพย์เสี่ยงอย่างชัดเจน เพราะความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังเป็นความเสี่ยงพื้นหลังต่อเนื่อง ทำให้การเคลื่อนไหวของค่าเงินที่เด่นชัดมีแนวโน้มขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจของแต่ละประเทศมากกว่าการเปลี่ยนแปลงความเชื่อมั่นแบบฉับพลัน
ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (Reserve Bank of New Zealand: RBNZ) ยังมีท่าที “เข้มงวด” (hawkish: เน้นคุมเงินเฟ้อ มีแนวโน้มคงหรือขึ้นดอกเบี้ย) โดยคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย Official Cash Rate (OCR: ดอกเบี้ยนโยบายหลักของนิวซีแลนด์) ที่ 5.50% เพื่อสกัดเงินเฟ้อที่ยังลดลงยาก (sticky inflation: เงินเฟ้อที่อยู่สูงและลงช้า) ซึ่งอยู่ราว 4.0%
ฝั่งสหรัฐ ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve: Fed) ก็ยังคงท่าที “ตึงตัว” (restrictive: ดอกเบี้ยสูงเพื่อชะลอเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ) ทำให้คู่ NZD/USD ถูกดึงไปคนละทาง ตลาดจึงให้น้ำหนักกับคำถามว่า “ธนาคารกลางใดจะต้องลดดอกเบี้ยก่อน” โดยข้อมูลแรงงานสหรัฐล่าสุดยังสะท้อนว่าตลาดแรงงานยังแข็งแกร่ง