ผลประกอบการหุ้นกลุ่ม AI ออกมาหลากหลาย: AMD ให้ตัวเลขแข็งแกร่งที่สุด, SMCI พลาดฝั่งรายได้แต่ให้คาดการณ์ (guidance: แนวโน้มผลประกอบการที่บริษัทบอกล่วงหน้า) เชิงบวก และ Navitas โตเล็กน้อย ขณะที่ตลาดหันไปจับตาว่า Nasdaq-100 จะรักษาการ “กระโดดเปิด” (gap up: ราคาเปิดสูงกว่าราคาปิดก่อนหน้า) ได้หรือไม่ หรือจะ “เปิดแล้วอ่อนตัว” (fade after the open: ขึ้นช่วงเปิดแล้วค่อย ๆ ลง)
AMD รายงานรายได้ราว 10.3 พันล้านดอลลาร์ และกำไรต่อหุ้นแบบ non-GAAP (ตัวเลขกำไรที่ปรับรายการพิเศษออก เพื่อให้เห็นกำไรจากธุรกิจหลักชัดขึ้น) ที่ 1.37 ดอลลาร์ โดยคาดรายได้ไตรมาส 2 ราว 11.2 พันล้านดอลลาร์ ± 300 ล้านดอลลาร์ และอัตรากำไรขั้นต้นแบบ non-GAAP (gross margin: อัตรากำไรหลังหักต้นทุนขาย) ราว 56% ขณะที่รายได้กลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Centre: ธุรกิจศูนย์ข้อมูล/เซิร์ฟเวอร์) เพิ่มขึ้น 57% เมื่อเทียบกับปีก่อน
Key Earnings Takeaways
SMCI รายงานกำไรต่อหุ้นออกมาดีกว่าคาด (beat) แต่รายได้ต่ำกว่าคาด (miss) โดยให้คาดการณ์รายได้ไตรมาส 4 ที่ 11.0–12.5 พันล้านดอลลาร์ และกำไรต่อหุ้นแบบ non-GAAP ที่ 0.65–0.79 ดอลลาร์
Navitas รายงานรายได้เพิ่มขึ้น 18% จากไตรมาสก่อน (sequentially: เทียบกับไตรมาสก่อน) เป็น 8.6 ล้านดอลลาร์ และคาดรายได้ไตรมาส 2 ราว 10.0 ล้านดอลลาร์ ± 0.5 ล้านดอลลาร์
Nasdaq-100 ปิดที่ 28,015 โดยมีระดับทางเทคนิค (technical levels: แนวรับแนวต้านจากกราฟราคา) ที่ถูกอ้างอิงไว้ที่ 28,200, 27,700, 27,592–27,822 และแนวรับถัดไปแถว 27.3K, 27K และ 26.4K สัญญาณ “แรงเริ่มหมด” (exhaustion: โมเมนตัมเริ่มอ่อน) ที่ถูกอ้างอิง 2 จุด คือ เส้นแนวโน้ม (trendline: เส้นลากตามทิศทางราคา) ใกล้ 28,200 และสัญญาณ “ขัดแย้งเชิงลบ” (bearish divergence: ราคาทำจุดสูงใหม่ แต่ตัวชี้วัดแรงซื้อไม่ทำตาม) บนตัวชี้วัดรายชั่วโมง (oscillators: อินดิเคเตอร์วัดแรงซื้อแรงขาย) รวมถึง Stochastic RSI (ตัวชี้วัดที่นำ RSI ไปคำนวณแบบ Stochastic เพื่อดูภาวะซื้อมาก/ขายมากเร็วขึ้น)
กำไรกลุ่ม AI รอบนี้ยืนยันว่าการปรับขึ้นของตลาดยังไปต่อได้ แต่ต้องคัดเลือกหุ้นให้ดี AMD ส่งสัญญาณชัดที่สุดว่าแรงหนุน AI กว้างพอที่จะสร้าง “ผู้ชนะมากกว่าหนึ่งราย” โดย ณ พ.ค. 2026 รายงานอุตสาหกรรมระบุว่าเงินลงทุนศูนย์ข้อมูล (data center capital expenditure/CapEx: งบลงทุนสร้าง-ขยายศูนย์ข้อมูลและเครื่องมือ) เพิ่มขึ้น 35% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งหนุนภาพการเติบโตที่ผลักดันหุ้น AMD ให้พุ่งขึ้น
สำหรับ AMD การพุ่งขึ้นแรงกว่าที่ตลาดคาดจากความผันผวนช่วงงบ (implied earnings volatility: ความผันผวนที่สะท้อนจากราคาตราสารอนุพันธ์ก่อนประกาศงบ) บ่งชี้ว่านี่อาจไม่ใช่แค่ปฏิกิริยาระยะสั้น เคยเห็นรูปแบบคล้ายกันช่วงต้นปี 2025 คือ “งบดีกว่าคาด” แล้วราคาปรับขึ้นต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ผู้ถือสถานะคอลระยะยาว (long call: ซื้อสิทธิในการซื้อหุ้นที่ราคาใช้สิทธิ) อาจพิจารณาทยอยล็อกกำไรบางส่วนบริเวณแนวต้าน 420–426 ดอลลาร์ แต่แนวโน้มหลักยังเป็นขาขึ้นชัดเจน
Market Levels To Watch
สถานการณ์ของ SMCI เป็นเรื่อง “แรงเก็งกำไร” (momentum: แรงส่งของราคา) มากกว่าพื้นฐาน เพราะคาดการณ์เชิงบวกกลบรายได้ที่อ่อน ตรงกับภาพในตลาดออปชัน โดยความผันผวนโดยนัยของออปชันรายสัปดาห์ (implied volatility: ความผันผวนที่ตลาดคาดผ่านราคาออปชัน) ยังอยู่สูง สื่อว่าตลาดเตรียมรับการแกว่งแรงแถวระดับสำคัญ 30.50 ดอลลาร์ หากแนวรับนี้ยังอยู่จนถึงวันหมดอายุวันศุกร์ อาจเกิด “แกมมาสควีซ” (gamma squeeze: แรงซื้อ/ขายเร่งจากผู้ดูแลความเสี่ยงออปชันที่ต้องไล่ปรับสถานะ ทำให้ราคาวิ่งแรง) และดันราคาให้ขึ้นต่อ
แม้ SMCI จะเป็นหุ้นเน้นแรงเก็งกำไร แต่ Navitas ยังเป็นหุ้น “เล่าเรื่องการเติบโต” (story stock: หุ้นที่ราคาขับเคลื่อนด้วยธีม/ความคาดหวังมากกว่ากำไรปัจจุบัน) ที่ติดกรอบ ทำให้เหมาะกับกลยุทธ์อนุพันธ์แบบเล่นในกรอบ (range-bound derivative strategies: กลยุทธ์ทำกำไรเมื่อราคาแกว่งในช่วง) เช่น ขายไอรอนคอนดอร์ (iron condor: กลยุทธ์ออปชันที่ขายสเปรดทั้งฝั่งขึ้นและลง เพื่อหวังให้ราคาอยู่ในกรอบ) โดยวางราคาใช้สิทธินอกช่วง 14–20 ดอลลาร์ การเติบโตในตลาดกำลังไฟสูงเป็นสัญญาณบวก แต่จนกว่าราคาจะยืนยัน “หลุดกรอบขึ้น” (breakout: ทะลุแนวต้าน/กรอบ) พร้อมปริมาณซื้อขาย (volume: มูลค่า/จำนวนหุ้นที่ซื้อขาย) ควรเลี่ยงเดิมพันทางเดียว
Nasdaq-100 กำลังเผชิญบททดสอบสำคัญ เพราะเริ่มเห็นสัญญาณแรงเริ่มหมด ดัชนีความผันผวน CBOE (VIX: ดัชนีวัดความคาดหวังความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐในอนาคตใกล้) อยู่แถว 13 ต่ำสุดในรอบยาวนับจากช่วงตลาดพุ่งแรงปลายปี 2025 ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาด “ชะล่าใจ” (complacency: ประเมินความเสี่ยงต่ำเกินไป) ทำให้ดัชนีเสี่ยงต่อรูปแบบ “กระโดดเปิดแล้วอ่อนตัว” หากไม่มีแรงซื้อรองรับการเปิดสูง
ควรจับตาระดับ 28,200 บริเวณกึ่งกลาง (midline: เส้น/ระดับกึ่งกลางของกรอบหรือช่องแนวโน้ม) ในสัญญาฟิวเจอร์ส Nasdaq-100 (futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้า) หากยืนเหนือโซนนี้ไม่ได้หลังตลาดหุ้นจริงเปิด (cash market: ตลาดหุ้นอ้างอิงที่ซื้อขายหุ้นจริง) อาจเป็นสัญญาณให้พิจารณาซื้อพุทอายุสั้น (short-dated puts: ออปชันสิทธิขายที่ใกล้หมดอายุ) หรือขายคอลสเปรด (call spreads: ขาย/ซื้อคอลต่างราคาใช้สิทธิ เพื่อจำกัดความเสี่ยง) เพื่อป้องกันพอร์ต (hedge: ลดความเสี่ยง) ตรงกันข้าม หากตลาดรับแรงขายช่วงแรกได้และสร้างฐานเหนือระดับดังกล่าว จะยืนยันว่าแรงขึ้นจากธีม AI ยังไปต่อได้
หากหลุดแนวรับของ “ช่องขาขึ้น” (rising channel: กรอบแนวโน้มขาขึ้นที่ตีเส้นขนาน) แถว 27,700 อย่างชัดเจน จะเป็นสัญญาณเตือนใหญ่ครั้งแรกต่อตลาดโดยรวม เพราะแปลว่าแม้ข่าวดีจากกลุ่ม AI ก็อาจถูก “รับรู้ไปในราคาแล้ว” (priced in: ตลาดสะท้อนข้อมูลคาดการณ์ไว้แล้ว) ซึ่งต่างจากพฤติกรรมตลาดที่เห็นตลอดปี 2025 ในกรณีนั้น แนวรับถัดไปที่ควรมองคือแถว 27,300 ว่าเป็นสมรภูมิถัดไประหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย