NZD/USD ปรับขึ้นในวันพุธ หลังเจ้าหน้าที่สหรัฐส่งสัญญาณว่าสงครามกับอิหร่านอาจใกล้ยุติ ดอลลาร์นิวซีแลนด์แข็งค่ามากกว่า 1% และแตะระดับสูงสุดในรอบ 8 สัปดาห์ที่ 0.5953 จากจุดต่ำสุดของวันอังคารที่ 0.5856
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐจะ “ชะลอ” แผนคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยอ้างความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพกับอิหร่าน ขณะที่มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่าเป้าหมายของสงครามอิหร่านบรรลุแล้ว และชี้ว่าสหรัฐไม่ต้องการกลับไปปะทะกันอีก
เบรกแนวต้านทางเทคนิคและแรงส่ง
คู่เงินปรับขึ้นหลังทะลุ “แนวต้าน” (resistance: ระดับราคาที่มักกดให้ขึ้นต่อได้ยาก) แถว 0.5930 ซึ่งจำกัดการปรับขึ้นมาตั้งแต่กลางเดือนเมษายน บนกราฟ 4 ชั่วโมง RSI 14 ช่วงเวลา (ดัชนีวัดแรงซื้อ-ขาย) อยู่ใกล้เขตซื้อมากเกินไป (overbought: ราคาเพิ่มเร็วเสี่ยงพักฐาน) แต่ยังไม่เข้าชัดเจน และ MACD (ตัวชี้วัดโมเมนตัมจากเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่) ยังเป็นบวกเล็กน้อย
แนวต้านถัดไปอยู่ที่จุดสูงวันที่ 10 มีนาคม 0.5965 หากผ่านได้ เป้าหมายถัดไปคือโซน 1 มีนาคมใกล้ 0.6000 และจุดสูงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ใกล้ 0.6015
หาก NZD/USD อ่อนตัวลง ระดับ 0.5930 อาจกลายเป็น “แนวรับ” (support: ระดับราคาที่มักช่วยพยุงไม่ให้ลงต่อ) ต่ำกว่านั้น แนวรับถัดไปอยู่แถวจุดต่ำของวันอังคารใกล้ 0.5855
ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยและผลต่อการลงทุน
ปัจจัยหลักวันนี้คือมุมมองดอกเบี้ย ซึ่งหนุนดอลลาร์นิวซีแลนด์ ธนาคารกลางนิวซีแลนด์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (official cash rate: ดอกเบี้ยอ้างอิงของประเทศ) ที่ระดับสูง 5.5% เพื่อสกัดเงินเฟ้อที่ยังเหนียว โดยเงินเฟ้อล่าสุดรายงานที่ 4.0% ในไตรมาส 1 ปี 2026 ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) คาดว่าจะเริ่มลดดอกเบี้ยช่วงปลายปีนี้ หลังเงินเฟ้อสหรัฐมีแนวโน้มชะลอลง ทำให้เกิด “ส่วนต่างผลตอบแทน” (yield differential: ช่องว่างผลตอบแทนจากดอกเบี้ยระหว่างสองประเทศ) ที่เป็นบวกต่อ NZD