NZD/USD ขยายการดีดตัวต่อเนื่องจากโซนกลาง 0.5800 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดของสัปดาห์ในวันอังคาร และปรับขึ้นต่อเป็นวันที่สองในวันพุธ โดยระหว่างช่วงเอเชียกลับมายืนเหนือ 0.5900 ได้อีกครั้ง แม้ข้อมูลตลาดแรงงานนิวซีแลนด์ออกมาคละเคล้า
Statistics New Zealand ระบุว่า อัตราว่างงาน (unemployment rate) ลดลงสู่ 5.3% ในไตรมาส 1/2026 จาก 5.4% ในไตรมาส 4/2025 ขณะที่การจ้างงาน (employment) เพิ่มขึ้น 0.2% ในไตรมาส 1 เทียบกับ 0.5% ในไตรมาส 4 และต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 0.3%
ความคืบหน้าสหรัฐ-อิหร่าน หนุนบรรยากาศรับความเสี่ยง
การเคลื่อนไหวของตลาดยังเชื่อมโยงกับรายงานความคืบหน้าสู่ข้อตกลงสหรัฐ-อิหร่าน ซึ่งกดดันดอลลาร์สหรัฐและหนุนดอลลาร์นิวซีแลนด์ (Kiwi: ชื่อเรียกสกุลเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์) โดยโดนัลด์ ทรัมป์ระบุว่าสหรัฐจะ “พัก” ปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และข้อตกลงใกล้เกิดขึ้น
รัฐมนตรีกลาโหม พีต เฮกเซธ กล่าวว่า สหรัฐไม่ได้ต้องการยกระดับความตึงเครียดกับเตหะรานอีกครั้ง และอธิบายว่า “Project Freedom” เป็นมาตรการชั่วคราว ราคาน้ำมันร่วงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 1 สัปดาห์ ช่วยลดความกังวลเงินเฟ้อ และทำให้ตลาดลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed) จะใช้นโยบายการเงิน “เข้มงวด” มากขึ้น (hawkish: แนวโน้มขึ้นดอกเบี้ย/คุมเงินเฟ้อแบบเข้ม)
ตลาดหันไปจับตารายงานการจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐ ADP (ADP private-sector jobs: ตัวเลขการจ้างงานจากบริษัท ADP ใช้เป็นสัญญาณนำของตลาดแรงงาน) และถ้อยแถลงของกรรมการคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐ (Federal Open Market Committee: คณะกำหนดดอกเบี้ยของ Fed) ขณะเดียวกัน ตลาดโฟกัสรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในวันศุกร์ (Nonfarm Payrolls หรือ NFP: จำนวนงานใหม่ในสหรัฐนอกภาคเกษตร) โดยพัฒนาการในตะวันออกกลางอาจทำให้การซื้อขายผันผวนสูง
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าชัดเจนจากความหวังต่อข้อตกลงสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน ซึ่งช่วยหนุนสกุลเงินที่อ่อนไหวต่อภาวะรับความเสี่ยง (risk-sensitive currencies: เงินที่มักแข็งค่าเมื่อกล้ารับความเสี่ยง) อย่าง Kiwi เป็นแรงหลักที่ผลัก NZD/USD ให้ยืนเหนือ 0.5900 ได้ ผู้ลงทุนควรเตรียมรับแรงขึ้นต่อ แต่มีความผันผวน
ข้อมูลสนับสนุนจากนิวซีแลนด์ เช่น อัตราว่างงานที่ลดลงสู่ 5.3% มากกว่าที่คาด ช่วยหนุนมุมมองเชิงบวกต่อ Kiwi นอกจากนี้ เงินเฟ้อไตรมาส 1/2026 ที่ออกมาสูง 3.1% ยังเพิ่มแรงกดดันให้ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (RBNZ) คงท่าที “เข้มงวด” (hawkish) ซึ่งแตกต่างจาก Fed ที่อาจ “ผ่อนคลายโทน” หากราคาน้ำมันที่ลดลงช่วยกดเงินเฟ้อสหรัฐ
ตลาดออปชันชี้ความผันผวนสูงขึ้น
จากความเสี่ยงข่าว (headline risk: ราคาผันผวนตามพาดหัวข่าว) ทั้งการเจรจาอิหร่านและรายงาน NFP วันศุกร์ ทำให้ “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility: ค่าที่สะท้อนความผันผวนที่ตลาดคาดจากราคาออปชัน) ระยะ 1 สัปดาห์ของออปชัน NZD/USD ปรับสูงขึ้น จึงอาจพิจารณาซื้อ “คอลออปชัน” (call options: สิทธิในการซื้อที่ราคา/ระดับที่กำหนด เพื่อเก็งว่าราคาจะขึ้น) เพื่อเก็งเป้าหมายขึ้นไปใกล้ 0.6000 ซึ่งเป็น “ระดับจิตวิทยา” (psychological level: ระดับกลมที่คนในตลาดให้ความสำคัญ) กลยุทธ์นี้ช่วยกำหนดความเสี่ยงหากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์กลับทิศอย่างฉับพลัน
สภาพตลาดคล้ายปี 2015 ก่อนข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านครั้งแรก ซึ่งหนุนสินทรัพย์เสี่ยงและกดดันดอลลาร์ การทะลุ “แนวต้าน” (resistance: ระดับที่มักมีแรงขาย) ล่าสุดบ่งชี้ว่าโมเมนตัมอาจดันคู่เงินขึ้นต่อในสัปดาห์ข้างหน้า โดย “คอลสเปรด” (call spread: ซื้อคอลหนึ่งตัวและขายคอลอีกตัวที่ระดับสูงกว่า เพื่อลดต้นทุนแต่จำกัดกำไรสูงสุด) อาจเป็นวิธีลดค่าใช้จ่ายในการวางสถานะตามมุมมองนี้
โฟกัสระยะใกล้อยู่ที่ข้อมูลแรงงานสหรัฐ โดยคาดการณ์ของตลาดต่อ NFP วันศุกร์อยู่แถว 190,000 ตำแหน่ง หากออกมาสูงกว่า 225,000 อย่างมีนัยสำคัญ อาจทำให้ดอลลาร์รีบาวด์แรงและสวนทางการอ่อนค่าล่าสุด ดังนั้น หากถือสถานะฝั่งซื้อ (long positions: วางเดิมพันว่าราคาจะขึ้น) ควรกำหนด “คำสั่งตัดขาดทุน” (stop-loss: คำสั่งปิดสถานะอัตโนมัติเพื่อจำกัดการขาดทุน) ให้ชัดเจน