นิวซีแลนด์มีอัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงาน (labour force participation rate: สัดส่วนคนวัยทำงานที่ “ทำงานหรือกำลังหางาน” เทียบกับประชากรวัยทำงานทั้งหมด) อยู่ที่ 70.4% ในไตรมาส 1 ขณะที่ตลาดคาดไว้ 70.5%
ผลออกมาต่ำกว่าคาด 0.1 จุดเปอร์เซ็นต์ ข้อมูลนี้เป็นของไตรมาส 1
สัญญาณตลาดแรงงานเริ่มเย็นลง
อัตราการมีส่วนร่วมในไตรมาส 1 ที่ต่ำกว่าคาด แม้ต่างเพียงเล็กน้อย แต่สนับสนุนภาพว่าตลาดแรงงานกำลังชะลอลง ซึ่งทำให้โอกาสที่แรงกดดันด้านค่าจ้าง (wage pressure: แนวโน้มที่ค่าจ้างเร่งขึ้นจนดันเงินเฟ้อ) จะกลับมาเร่งขึ้นอีกมีน้อยลง ส่งผลให้ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (Reserve Bank of New Zealand: RBNZ) มีเหตุผลน้อยลงที่จะคงนโยบายการเงิน “ตึงตัว” (restrictive policy: ดอกเบี้ยสูงเพื่อกดเงินเฟ้อ) ไว้นาน และอาจส่งสัญญาณ “ผ่อนคลายมากขึ้น” (dovish tone: มีแนวโน้มลดดอกเบี้ย/ผ่อนคลายนโยบาย) ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า
ระดับ 70.4% ยังสะท้อนแนวโน้มลดลงต่อเนื่องจากจุดสูงใกล้ 72% ในปี 2024 บ่งชี้ว่าภาวะแรงงานตึงตัวในปี 2025 ผ่านจุดนั้นไปแล้ว เมื่อรวมกับอัตราว่างงานล่าสุดที่เพิ่มขึ้นเป็น 4.5% ภาพรวมชี้ว่าตลาดแรงงานเริ่มมี “แรงงานส่วนเกิน” มากขึ้น (slack: คนหางานมากขึ้น การจ้างงานไม่ตึง) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อมุมมองทิศทางอัตราดอกเบี้ย
เรามองว่าตลาดอาจประเมินโอกาสที่ RBNZ จะลดดอกเบี้ยก่อนสิ้นปีต่ำเกินไป ผู้ลงทุนอาจพิจารณากลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยระยะสั้นลดลง เช่น ทำสว็อปดอกเบี้ย (interest rate swap: สัญญาแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย) แบบ “รับดอกเบี้ยคงที่” ในสว็อปอายุ 2 ปี (receiving fixed: รับอัตราคงที่และจ่ายอัตราลอยตัว) โอกาสที่อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Official Cash Rate: OCR) ซึ่งอยู่ที่ 5.50% จะถูกปรับลดในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ดังนั้น เราคาดว่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์จะเผชิญแรงกดดัน หาก RBNZ มีท่าทีผ่อนคลาย ขณะที่ธนาคารกลางหลักอื่น ๆ ยังระมัดระวัง จะเป็นลบต่อค่าเงิน เรามองโอกาสในออปชันแบบพุต (put option: สิทธิในการขายที่ราคาเป้าหมาย) ของ NZD/USD อายุ 3 เดือน เพื่อวางตำแหน่งรับความเสี่ยงที่อัตราแลกเปลี่ยนอาจปรับลงต่ำกว่าระดับแนวรับสำคัญ (support level: ระดับราคาที่มักมีแรงซื้อพยุง)