เงินเฟ้อฟิลิปปินส์พุ่งทำสถิติสูงสุดในรอบ 37 เดือน ส่งผลให้ UOB ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อปี 2026 ขึ้นเป็น 7.5% จาก 5.5% ขณะที่ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (Bangko Sentral ng Pilipinas: BSP) ประเมินไว้ที่ 6.3% เทียบกับเงินเฟ้อปี 2025 ที่ 1.7% ทำให้ระดับ 7.5% กลายเป็นอัตราเงินเฟ้อรายปีสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2008
UOB คาดว่า BSP จะขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง ครั้งละ 25 จุดพื้นฐาน (basis points: bps หรือ 0.25%) หนึ่งครั้งในเดือนมิถุนายน และอีกครั้งในไตรมาส 3/2026 ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายแบบ “Reverse Repurchase (RRP)” (อัตราดอกเบี้ยนโยบายหลักของ BSP ที่ใช้ดูดซับสภาพคล่องระยะสั้นผ่านธุรกรรมซื้อคืน) ขึ้นไปที่ 5.00% และคงไว้ที่ 5.00% จนถึงสิ้นปี 2026
Inflation Risks And Market Impact
ความเสี่ยงที่ระบุ ได้แก่ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กระทบอุปทานพลังงาน (ทำให้เกิดภาวะขาดแคลน/ราคาพลังงานสูง), “ผลของฐาน” (base effects: การเปรียบเทียบกับราคาปีก่อนที่ต่ำ/สูงผิดปกติ ทำให้อัตราเงินเฟ้อปีนี้ดูเร่งหรือชะลอมากเป็นพิเศษ) และค่าเปโซฟิลิปปินส์ที่อ่อนค่าลง ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว เงินเฟ้ออาจขยับเข้าใกล้หรือสูงกว่า 10% ภายในสิ้นปี หากความขัดแย้งยืดเยื้อ
เส้นทางดอกเบี้ยที่อัปเดตสอดคล้องกับแถลงการณ์นโยบายการเงินของ BSP ในเดือนเมษายน และแนวทาง “ยึดข้อมูลเป็นหลัก” (data-led: ตัดสินใจตามตัวเลขเศรษฐกิจจริงเป็นสำคัญ) โดยบทความระบุว่าจัดทำด้วยความช่วยเหลือของเครื่องมือ AI และมีบรรณาธิการตรวจทาน
เมื่อคาดการณ์เงินเฟ้อปี 2026 ถูกปรับขึ้นแรงเป็น 7.5% ตลาดควรเตรียมรับท่าที “เข้มงวดด้านนโยบายการเงิน” มากขึ้น (hawkish: มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ย/คุมเงินเฟ้อเข้ม) จาก BSP โดยคาดการขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง ครั้งละ 25 จุดพื้นฐาน เริ่มได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ซึ่งจะดันดอกเบี้ยนโยบายขึ้นสู่ 5.00% สะท้อนว่าตลาดควรวางแผนรับมืออัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นในช่วงถัดไป
สำหรับนักเทรดค่าเงิน ภาพของเปโซฟิลิปปินส์ซับซ้อนขึ้น แม้ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นมักช่วยหนุนค่าเงิน แต่การที่ USD/PHP ทะลุระดับ 60.00 (อัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์สหรัฐต่อเปโซ) ชี้ว่าแรงกดดันจากเงินเฟ้อรุนแรงเป็นปัจจัยหลัก ควรพิจารณาใช้ “ออปชัน” (options: สัญญาที่ให้สิทธิในการซื้อ/ขายสินทรัพย์ที่ราคาและเวลาที่กำหนด โดยไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิ) เพื่อเทรดความผันผวนที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น เพราะค่าเงินจะถูกดึงระหว่างแรงจูงใจจากผลตอบแทนดอกเบี้ยที่สูงขึ้น กับความเสี่ยงที่ราคาสินค้าปรับขึ้นแรงเกินควบคุม
Rates And FX Positioning
ในตลาดอัตราดอกเบี้ย แนวโน้มชัดขึ้น โดยคาดว่าจะเกิดแรงขายพันธบัตรรัฐบาล (sell-off: ราคาพันธบัตรลดลง) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลฟิลิปปินส์อายุ 10 ปี พุ่งผ่าน 7.8% แล้ว หลังตัวเลขเงินเฟ้อเดือนเมษายนที่สูงถึง 7.1% ซึ่งแตกต่างอย่างมากจากภาวะดอกเบี้ยที่ค่อนข้างนิ่งในช่วงปี 2025 อาจพิจารณาใช้ “สวอปดอกเบี้ย” (interest rate swaps: สัญญาแลกเปลี่ยนกระแสดอกเบี้ยระหว่างอัตราคงที่กับอัตราลอยตัว เพื่อบริหารความเสี่ยงหรือเก็งกำไร) โดยเลือกฝั่งรับอัตราลอยตัว หรือขายชอร์ตสัญญาฟิวเจอร์สพันธบัตร (shorting bond futures: ขายสัญญาล่วงหน้าเพื่อทำกำไรเมื่อราคาพันธบัตรลดลง/ผลตอบแทนสูงขึ้น) เพื่อรับประโยชน์จากผลตอบแทนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
แรงขับสำคัญยังมาจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งดันราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude: มาตรฐานอ้างอิงราคาน้ำมันโลก) ขึ้นเหนือ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และส่งผ่านไปกดดันเงินเฟ้อในประเทศ เมื่อเทียบกับปี 2025 ที่เงินเฟ้อเฉลี่ยเพียง 1.7% สถานการณ์ปัจจุบันกลับทิศอย่างชัดเจน ทำให้ความไม่แน่นอนในตลาดสูงขึ้น และกลยุทธ์ที่เน้นได้ประโยชน์จาก “ความผันผวนสูง” (long volatility: การลงทุน/กลยุทธ์ที่ได้กำไรเมื่อราคาสินทรัพย์แกว่งแรง) น่าสนใจในสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับฟิลิปปินส์
โฟกัสในช่วงถัดไปอยู่ที่ข้อมูลเงินเฟ้อชุดใหม่และราคาพลังงานโลก โดย BSP ส่งสัญญาณว่าจะตัดสินใจตามข้อมูล หากตัวเลขบ่งชี้ว่าเงินเฟ้อยังไม่ถึงจุดสูงสุด อาจบีบให้ต้องใช้นโยบายเข้มงวดกว่าที่ตลาดคาดไว้