Standard Chartered รายงานว่า ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ปรับขึ้น “อัตราดอกเบี้ยนโยบาย” (cash rate: อัตราดอกเบี้ยหลักที่ใช้กำหนดต้นทุนเงินในระบบ) สู่ 4.35% ในการประชุมวันที่ 5 พฤษภาคม โดยมติ 8 ต่อ 1 แถลงการณ์นโยบายระบุว่าเงินเฟ้อยังมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
RBA ยังเตือนว่า วิกฤตพลังงานที่ยืดเยื้ออาจทำให้ความต้องการใช้จ่าย (อุปสงค์) อ่อนลง และลดแรงกดดันเงินเฟ้อ ซึ่งอาจกระทบตลาดแรงงานด้วย โดยบันทึกยังชี้ว่าราคาพลังงานที่ยังสูง และความเสี่ยงการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นปัจจัยเสี่ยง
Policy Signals And Market Reaction
ในการแถลงข่าว ผู้ว่าการ Bullock ใช้น้ำเสียง “ไม่เข้มงวดเรื่องขึ้นดอกเบี้ย” มากเท่าในแถลงการณ์ (less hawkish: หมายถึงส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยน้อยลง) มุมมองหลักของ Standard Chartered คือ cash rate จะคงที่ที่ 4.35% ไปอีกระยะ
รายงานระบุว่ายังมีโอกาสคุมเข้มนโยบายการเงินเพิ่มเติม (tightening: การขึ้นดอกเบี้ยหรือทำให้นโยบายการเงินตึงตัวเพื่อลดเงินเฟ้อ) แต่ต้องมีเงื่อนไขชัดเจนมาก พร้อมเสริมว่าความเสี่ยงยังชี้ไปที่การขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงครึ่งหลังของปี หากเศรษฐกิจยังโต “สูงกว่าระดับปกติ” (above trend: โตเร็วกว่าแนวโน้มระยะยาว) แม้เคยขึ้นดอกเบี้ยไปแล้ว
Outlook For Rates And The Australian Dollar
สภาพแวดล้อมนี้ชี้ว่าควรพิจารณากลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากเงินดอลลาร์ออสเตรเลียที่อ่อนค่า โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ส่งสัญญาณว่าอาจตรึงดอกเบี้ยไว้สูงนานกว่า ทำให้ “ทิศทางนโยบายต่างกัน” (policy divergence: ดอกเบี้ยและนโยบายของสองประเทศเคลื่อนไปคนละทาง) เด่นชัดขึ้น การพิจารณา “ออปชันพุท” ของ AUD/USD (put options: สัญญาที่ให้สิทธิในการขาย เพื่อได้ประโยชน์เมื่อราคาหรืออัตราแลกเปลี่ยนลดลง) หรือ “ขายเมื่อราคาดีดขึ้น” (selling into rallies: ขายเมื่อราคารีบาวด์ขึ้นชั่วคราว) อาจเป็นแนวทางที่รอบคอบในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า