เงินยูโรทรงตัวเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในวันอังคาร โดย EUR/USD ยังแกว่งในกรอบแคบ ท่ามกลางการซื้อขายในตลาดอื่น ๆ ที่ผันผวนปนกัน หลังจากตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา ราคามักถูกขับเคลื่อนด้วยการสลับโหมด “รับความเสี่ยง” และ “หลีกเลี่ยงความเสี่ยง” (risk-on/risk-off: ภาวะที่นักลงทุนหันไปซื้อสินทรัพย์เสี่ยงหรือหนีไปถือสินทรัพย์ปลอดภัย)
ไม่มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจใหม่ ขณะที่การสื่อสารของ ECB (ธนาคารกลางยุโรป) ยังมีท่าที “เข้มงวด” (hawkish: ส่งสัญญาณพร้อมขึ้นดอกเบี้ยเพื่อกดเงินเฟ้อ) และเชื่อมโยงว่า ระยะเวลาของความขัดแย้งจะมีผลต่อระดับ “การคุมเข้มนโยบายการเงิน” (tightening: การขึ้นดอกเบี้ย/ลดสภาพคล่องเพื่อชะลอเงินเฟ้อ) ที่จำเป็นต่อการรับมือเงินเฟ้อ การคาดการณ์ของตลาดบ่งชี้ว่า ภายในเดือนมิถุนายนอาจขึ้นดอกเบี้ยได้ “ไม่ถึง” 1 ครั้งที่ 0.25% (25 bp หรือ 25 basis points: 25 จุดพื้นฐาน เท่ากับ 0.25%) และภายในเดือนธันวาคมคาดว่ารวมแล้วจะขึ้นมากกว่า 0.75% (75 bps)
Range Bound Euro Dollar Trading
ส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตร (yield spreads: ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนระหว่างพันธบัตร เช่น สหรัฐกับยุโรป) ขยับกลับมาใกล้ระดับกึ่งกลางของกรอบล่าสุด และดัชนีวัดความเชื่อมั่นสะท้อนแรงหนุนต่อยูโรลดลงเล็กน้อย ตลาดออปชัน (options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อ/ขาย โดยไม่จำเป็นต้องทำ) ยังเห็น “ค่าเบี้ยประกัน” (premium: ราคาที่จ่ายเพื่อซื้อออปชัน) สำหรับการป้องกันความเสี่ยงฝั่งยูโรอ่อนค่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อย
ในมุมมองทางเทคนิค คู่เงินกลับสู่โทนเป็นกลาง หลังสัปดาห์ก่อนขยับขึ้นเหนือ 1.1750 ได้ไม่นาน RSI (ดัชนีวัดแรงซื้อแรงขายแบบโมเมนตัม) กลับมาที่ 50 และเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน (200-day moving average: ค่าเฉลี่ยราคาระยะยาว ใช้ดูแนวโน้ม) ที่ 1.1677 ยังเป็นระดับ “แนวรับ” สำคัญสำหรับการปิดตลาด
บรรยากาศตลาดตอนนี้คล้ายช่วงปี 2025 ที่ EUR/USD ติดอยู่ในกรอบแคบ ECB กลับมาพูดหนักแน่นเรื่องเงินเฟ้อ ซึ่งยัง “เหนียว” (sticky: ลดลงยาก) อยู่ที่ 2.7% ตามประมาณการเบื้องต้นของ Eurostat (หน่วยงานสถิติของสหภาพยุโรป) ทำให้คู่เงินยังถูก “ตรึง” ไว้ โดยทั้งฝั่งมองบวกและมองลบยังคุมทิศทางไม่ได้เกินไม่กี่วัน
สำหรับนักเทรดอนุพันธ์ (derivatives: เครื่องมืออ้างอิงมูลค่าจากสินทรัพย์อื่น เช่น ฟิวเจอร์ส/ออปชัน) ภาวะแบบนี้มักเอื้อต่อกลยุทธ์ “ขายความผันผวน” (selling volatility: เปิดสถานะรับประโยชน์เมื่อราคานิ่ง โดยเก็บค่าเบี้ยออปชัน) ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า กลยุทธ์อย่าง short strangle หรือ iron condor (กลยุทธ์ออปชันที่ได้ประโยชน์เมื่อราคาอยู่ในกรอบ และค่าเบี้ยลดลงตามเวลา) อาจเหมาะ เพราะตลาดยังไม่เชื่อมั่นทิศทาง และเกิด “การเสื่อมค่าตามเวลา” (premium decay/theta: ค่าเบี้ยออปชันลดลงเมื่อเวลาผ่านไป) อย่างไรก็ดี ความผันผวนโดยนัย (implied volatility: ระดับความผันผวนที่สะท้อนจากราคาออปชัน) ของออปชัน EUR/USD อายุ 1 เดือน ลดลงเหลือ 5.8% ใกล้ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปลายปี 2024 ทำให้การขายความผันผวนได้ผลตอบแทนยากขึ้น แต่สะท้อนว่าตลาดคาดว่าความนิ่งจะต่อเนื่อง
Managing Risk In Quiet Markets
แม้ราคายังแกว่งในกรอบ แต่เริ่มเห็นอคติเล็กน้อยไปทางการป้องกันความเสี่ยงยูโรอ่อนค่า คล้ายกับปี 2025 ปัจจัยหลักน่าจะมาจากความได้เปรียบด้านผลตอบแทนของดอลลาร์สหรัฐที่ยังอยู่ โดยอัตราดอกเบี้ย Fed funds (ดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐ) สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์หลักของ ECB (main refinancing rate: อัตราหลักที่ธนาคารพาณิชย์กู้จาก ECB) อยู่ 50 จุดพื้นฐาน ความต้องการเงียบ ๆ ในฝั่งออปชันขายยูโร (EUR puts: ออปชันที่ได้ประโยชน์เมื่อยูโรอ่อนค่า) บ่งชี้ว่า แม้ผู้เล่นไม่คาดการเคลื่อนไหวใหญ่ แต่ประเมินความเสี่ยงเอนเอียงไปทางขาลง
ภาพทางเทคนิคยืนยันภาวะลังเล โดยคู่เงินซื้อขายแคบรอบเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน ซึ่งอยู่ที่ 1.0890 ระดับนี้ดึงราคามากว่า 1 เดือน สะท้อนจุดสมดุลของตลาด เทรดเดอร์ควรจับตาการปิดรายสัปดาห์ที่สูงหรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ยนี้อย่างชัดเจน เพื่อเป็นสัญญาณว่าโหมดการซื้อขายในกรอบอาจสิ้นสุดลง