ยอดขายบ้านใหม่ของสหรัฐในเดือนมีนาคมอยู่ที่ 0.628 ล้านยูนิต เมื่อเทียบรายเดือน (month on month: เทียบกับเดือนก่อนหน้า) ขณะที่ตลาดคาดไว้ 0.668 ล้านยูนิต
ตัวเลขออกมาต่ำกว่าคาด 0.040 ล้านยูนิต สะท้อนว่ายอดขายอ่อนแรงกว่าที่ประเมินไว้ในเดือนดังกล่าว
ผลกระทบจากนโยบายเฟด
การที่ยอดขายบ้านใหม่ต่ำกว่าคาด ถือเป็นสัญญาณเชิงข้อมูลที่ชัดเจนครั้งแรกว่า “นโยบายการเงินตึงตัว” ของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve: เฟด) ซึ่งหมายถึงการคงดอกเบี้ยในระดับสูงเพื่อกดเงินเฟ้อ เริ่มกดดันเศรษฐกิจมากกว่าที่คาด เรามองว่าไม่ใช่ตัวเลขโดดเดี่ยว แต่เป็น “สัญญาณนำ” (leading indicator: ตัวชี้วัดที่มักเปลี่ยนก่อนเศรษฐกิจโดยรวม) ว่าเศรษฐกิจอาจกำลังชะลอตัวในวงกว้าง ความอ่อนแรงในภาคที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นภาคสำคัญ อาจเพิ่มแรงกดดันให้เฟดลดท่าที “เข้มงวด” (hawkish: เน้นคุมเงินเฟ้อด้วยดอกเบี้ยสูง) ลงในช่วงเดือนข้างหน้า
มุมมองดังกล่าวทำให้การถือสถานะ “ขาลง” (bearish positions: วางเดิมพันว่าราคาจะปรับลง) ในหุ้นกลุ่มผู้สร้างบ้านและธุรกิจที่เกี่ยวข้องดูน่าสนใจในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยกองทุน ETF อย่าง SPDR S&P Homebuilders ETF (XHB) ซึ่งเป็นกองทุนที่ซื้อขายในตลาดและอิงหุ้นกลุ่มผู้พัฒนา/สร้างบ้าน ปรับลงมากกว่า 2% หลังข่าว และคาดว่ายังมีโอกาสอ่อนตัวต่อ
สัญญาณนี้ยังเปลี่ยนมุมมองต่อตลาดดอกเบี้ย โดยชี้ว่าตลาดอาจ “ประเมินโอกาสการลดดอกเบี้ยต่ำเกินไป” ก่อนสิ้นปี ทั้งนี้ “อนุพันธ์” (derivatives: สัญญาการเงินที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์/อัตราอ้างอิง) ที่อิงกับ SOFR (Secured Overnight Financing Rate: อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของสหรัฐสำหรับธุรกรรมปล่อยกู้/กู้ยืมข้ามคืนที่มีหลักประกัน) จะได้ประโยชน์หากเฟดเปลี่ยนท่าทีไปทาง “ผ่อนคลาย” (dovish: ให้ความสำคัญกับการพยุงเศรษฐกิจและพร้อมลดดอกเบี้ย) มากขึ้น ปัจจุบันตลาดสะท้อนภาพลดดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้ง ครั้งละ 0.25% (25 basis points: 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์) ในปีนี้ แต่ข้อมูลนี้ทำให้ความเสี่ยงเอนเอียงไปทางการผ่อนคลายมากกว่าที่ตลาดคิด
ปัญหาหลักคือ “ความสามารถในการซื้อ” (affordability: รายได้เทียบกับภาระผ่อน/ราคาบ้าน) ที่แย่ลงมากจากปีก่อน โดยอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยอายุ 30 ปีขยับขึ้นมาแถว 7.2% ช่วงปลายเดือนเมษายนตามข้อมูล Freddie Mac ทำให้ความต้องการซื้อถูกกดลงอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นรูปแบบที่คล้ายกับช่วงชะลอในปี 2023 เมื่อดอกเบี้ยทะลุระดับ 7% และตลาดที่อยู่อาศัยเป็นแรงฉุดเศรษฐกิจในภาพรวม
การวางกลยุทธ์รับความผันผวน
ท่ามกลางความไม่แน่นอนระหว่างเงินเฟ้อที่ยัง “เหนียว” (sticky inflation: เงินเฟ้อที่ลดลงช้า/ติดอยู่ในระดับสูง) และสัญญาณการเติบโตที่เริ่มอ่อนแรง เราคาดว่า “ความผันผวนของตลาด” จะเพิ่มขึ้น ดัชนี VIX ซึ่งเป็นดัชนีวัดความผันผวนคาดการณ์ของตลาดหุ้นสหรัฐ อยู่ต่ำกว่า 16 ซึ่งสะท้อนว่าตลาดอาจวางใจเกินไป เพราะเฟดกำลังเผชิญปัญหาสองด้านที่ขัดกัน คือเงินเฟ้อกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจ การใช้ “ออปชันซื้อ” (call options: สิทธิในการซื้อสินทรัพย์อ้างอิงที่ราคากำหนด) บน VIX เป็นแนวทางสำหรับ “ป้องกันความเสี่ยง” (hedge: ลดผลกระทบจากความผันผวน) หากตลาดแกว่งตัวแรงในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า