ดัชนี ISM Services Prices Paid ของสหรัฐฯ ไม่เปลี่ยนแปลงในเดือนเมษายน โดยทรงตัวที่ 70.7
ตัวเลข ISM services prices paid เดือนเมษายนที่ยังสูงดื้อ ๆ ที่ 70.7 ตอกย้ำว่า “เงินเฟ้อ” (ราคาสินค้าและบริการโดยรวมปรับขึ้นต่อเนื่อง) ยังเป็นปัญหาใหญ่ เรามองว่านี่เป็นสัญญาณชัดเจนว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve: Fed) อาจจำเป็นต้องคงดอกเบี้ยให้อยู่ระดับสูงต่อเนื่องนานกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ ความเหนียวแน่นของเงินเฟ้อเช่นนี้ทำให้โอกาสที่ตลาดจะคาดหวังการ “ลดดอกเบี้ย” ช่วงฤดูร้อนดูเป็นไปได้น้อยมาก
ดอกเบี้ยสูงนาน (Higher For Longer)
ควรคาดว่าจะยังมีแรงขายต่อเนื่องใน “สัญญาซื้อขายล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ย” (interest rate futures: เครื่องมือที่ใช้เดิมพัน/ป้องกันความเสี่ยงทิศทางดอกเบี้ยในอนาคต) โดยเฉพาะสัญญาที่หมดอายุปลายปี 2026 ย้อนกลับไปในปี 2025 เคยเกิดการ “ปรับคาดการณ์ราคาใหม่” (repricing: ตลาดปรับราคาเพื่อสะท้อนข้อมูลใหม่) ในลักษณะคล้ายกัน เมื่อข้อมูลตลาดแรงงานที่ร้อนแรงทำให้ความคาดหวังการลดดอกเบี้ยช่วงต้นปีถูกลบออกไป
เราคาดว่า “อัตราผลตอบแทนโดยนัย” (implied yield: อัตราผลตอบแทนที่สะท้อนอยู่ในราคาสัญญา) ของสัญญา SOFR futures เดือนธันวาคม 2026 จะยังมีแนวโน้มปรับขึ้นต่อ หลังจากกระโดดขึ้นแล้ว 20 “จุดพื้นฐาน” (basis points: 1 จุดพื้นฐาน = 0.01%) นับตั้งแต่รายงาน CPI ล่าสุดที่สูงกว่าคาด ซึ่งระบุว่า “เงินเฟ้อพื้นฐาน” (core inflation: เงินเฟ้อที่ตัดราคาพลังงานและอาหารที่ผันผวนออก) อยู่ที่ 3.8% ทั้งนี้ SOFR (Secured Overnight Financing Rate) คืออัตราดอกเบี้ยอ้างอิงตลาดเงินของสหรัฐฯ ที่ใช้แทน LIBOR และ SOFR futures คือสัญญาล่วงหน้าที่อิงอัตรานี้
ภาวะแบบนี้ทำให้ “ออปชันพุทเพื่อป้องกันความเสี่ยง” (protective put options: ซื้อสิทธิขายเพื่อกันพอร์ตเมื่อราคาหุ้นลง) บนดัชนีหุ้นหลักอย่าง S&P 500 น่าสนใจมากขึ้นในฐานะเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากตลาดปรับฐาน เพราะต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นมักกดดันกำไรบริษัทและทำให้มูลค่าหุ้น (valuation: การประเมินมูลค่า/ระดับราคาที่เหมาะสมของหุ้น) ถูกบีบลง เพิ่มความเสี่ยงด้านขาลง
ด้านความผันผวน ดัชนีความผันผวนของ CBOE หรือ VIX (ตัวชี้ความคาดหวังความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐฯ) ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 17 จากระดับหลักสิบต้น ๆ สะท้อนความกังวลของตลาดที่เพิ่มขึ้น
เมื่อพิจารณาว่าเฟดมีแนวโน้ม “เข้มงวด” มากกว่าธนาคารกลางอื่น (hawkish: เน้นคุมเงินเฟ้อด้วยดอกเบี้ยสูง/นโยบายตึงตัว) เรามองว่าการถือสถานะ “ซื้อดอลลาร์สหรัฐ” (long U.S. dollar: คาดว่าดอลลาร์จะแข็งค่า) ยังมีความเหมาะสม สามารถทำได้ผ่านการซื้อ “คอลออปชัน” (call options: สิทธิซื้อ เมื่อคาดว่าราคาจะขึ้น) บนดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index: DXY เป็นดัชนีวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าเงินหลัก) หรือซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์สของคู่เงิน USD เทียบกับสกุลเงินที่ธนาคารกลางมีท่าที “ผ่อนคลาย” มากกว่า (dovish: เอื้อต่อดอกเบี้ยต่ำ/พร้อมลดดอกเบี้ย) โดย DXY กำลังทดสอบระดับ 106 ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในรอบหลายเดือน และข้อมูลรอบนี้น่าจะช่วยหนุนค่าเงินดอลลาร์เพิ่มเติม
กลยุทธ์เล่นดอลลาร์แข็งค่า (Dollar Strength Trade)
สร้างบัญชีจริง VT Markets และ เริ่มเทรด ได้เลยตอนนี้