ดัชนี Redbook ของสหรัฐฯ (เทียบรายปี) เพิ่มขึ้นเป็น 7.8% ในเดือนพฤษภาคม จาก 7.7% ในครั้งก่อน
การที่ดัชนี Redbook แข็งแรงขึ้นมาอยู่ที่ 7.8% สะท้อนว่าผู้บริโภคยัง “อึด” กว่าที่คาด ทำให้มุมมองเรื่องการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในระยะใกล้ถูกท้าทาย เรากำลังเห็นภาพที่การใช้จ่ายที่ยังแรงอาจทำให้เงินเฟ้อ “ลดลงยาก” (เงินเฟ้อเหนียวตัว คือราคายังสูงนานกว่าที่คาด) คล้ายรูปแบบที่เคยเกิดในไตรมาส 3 ปี 2025 ส่งผลให้ต้องทบทวนการลงทุนที่เดิมพันว่าเฟดจะผ่อนคลายการเงินในเร็ว ๆ นี้
ผลต่อแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายของเฟด
จากข้อมูลนี้ โอกาสที่เฟดจะลดดอกเบี้ยช่วงฤดูร้อนมีแนวโน้มลดลงมาก จากเดิมที่ตลาดเคยคาดไว้เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน ผู้ลงทุนควรติดตาม “ตราสารอนุพันธ์” (สัญญาการเงินที่ราคาอ้างอิงจากสินทรัพย์/อัตราดอกเบี้ย เช่น สัญญาล่วงหน้า) ที่ผูกกับคาดการณ์ดอกเบี้ย เช่น SOFR futures (สัญญาซื้อขายล่วงหน้าอิงอัตรา SOFR ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของสหรัฐฯ) ซึ่งมีโอกาสราคาปรับลง หากความคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยถูกเลื่อนไปปลายปี 2026 หรือแม้แต่ปี 2027 สถิติล่าสุดจาก CME FedWatch Tool (เครื่องมือที่ประเมินความน่าจะเป็นของการปรับดอกเบี้ยจากราคาตลาดฟิวเจอร์ส) ก็ชี้ว่าโอกาสลดดอกเบี้ยเดือนกรกฎาคมลดจาก 60% เหลือต่ำกว่า 45% ภายในสัปดาห์เดียว
กิจกรรมของผู้บริโภคที่ยังต่อเนื่องเพิ่มความไม่แน่นอน และอาจทำให้ความผันผวนของตลาดเพิ่มขึ้น VIX (ดัชนีวัดความผันผวนที่สะท้อน “ความกลัว” ของตลาด) ซึ่งเคลื่อนไหวในกรอบต่ำแถว 16 อาจถูกกดดันให้สูงขึ้น ทำให้ค่า “พรีเมียมออปชัน” (ต้นทุนการซื้อสัญญาออปชัน) แพงขึ้น กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยง (เฮดจ์ คือทำธุรกรรมเพื่อลดความเสี่ยงขาดทุน) เช่น ซื้อพุท (put option: สิทธิขาย) บนกองทุนอีทีเอฟ SPDR S&P 500 (SPY) หรือซื้อคอลออปชัน (call option: สิทธิซื้อ) บน VIX อาจน่าสนใจขึ้น เพื่อกันความเสี่ยงจากการปรับฐานที่เกิดจากความกังวลว่า “ดอกเบี้ยสูงนาน” (higher-for-longer คือดอกเบี้ยอยู่ระดับสูงเป็นเวลานาน)
แม้ยอดค้าปลีกที่แข็งแรงมักช่วยหุ้นกลุ่มสินค้า/บริการฟุ่มเฟือย (consumer discretionary) แต่ภาพใหญ่ของดอกเบี้ยที่สูงต่อเนื่องอาจเป็นแรงกดดันต่อทั้งตลาด ปี 2025 แสดงให้เห็นว่าความอ่อนไหวต่อดอกเบี้ยสามารถกลบปัจจัยพื้นฐานได้ โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นเติบโต (growth) ข้อมูลการค้นหาออนไลน์ยังชี้ว่าคำค้น “recession risk” (ความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย) เพิ่มขึ้น 15% ในเดือนที่ผ่านมา สะท้อนว่าตลาดเริ่มกังวลว่าเฟดอาจต้องใช้มาตรการคุมเข้มเพิ่ม (tighten คือขึ้นดอกเบี้ย/ลดสภาพคล่อง) เพื่อทำให้ความต้องการใช้จ่ายของผู้บริโภคเย็นลง