อัตราเงินเฟ้อ FIPE IPC ของบราซิลอยู่ที่ 0.4% ในเดือนเมษายน
เทียบกับ 0.59% ในงวดก่อนหน้า
เมื่อเงินเฟ้อ FIPE เดือนเมษายนออกมาที่ 0.4% ต่ำกว่าระดับเดิม 0.59% แนวโน้มชัดขึ้นว่าธนาคารกลางสามารถเดินหน้าวงจร “ผ่อนคลายนโยบายการเงิน” ต่อได้ (หมายถึงการลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ) การชะลอลงของแรงกดดันด้านราคานี้สนับสนุนท่าที “ผ่อนคลายมากขึ้น” (dovish: มีแนวโน้มสนับสนุนการลดดอกเบี้ย) ต่ออัตราดอกเบี้ย Selic (ดอกเบี้ยนโยบายของบราซิล) ตลาดจึงมีแนวโน้มเริ่มสะท้อนความเป็นไปได้ที่ “ลดดอกเบี้ย” สูงขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
ปฏิกิริยาที่เห็นชัดสุดอยู่ในตลาด “สัญญาซื้อขายล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ย” (interest rate futures: ตราสารที่ใช้เก็ง/ป้องกันความเสี่ยงทิศทางดอกเบี้ย) โดยผลตอบแทน (yield: อัตราผลตอบแทนที่ตลาดเรียกร้อง) ของสัญญา DI สำหรับต้นปี 2027 ปรับลดลงแล้ว (DI contracts: สัญญาล่วงหน้าอ้างอิงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในบราซิล ใช้คาดการณ์ดอกเบี้ยนโยบาย) ขณะนี้ตลาดประเมินว่า Selic สิ้นปีใกล้ 9.25% ลดจาก 9.50% เมื่อสัปดาห์ก่อน การเข้าถือสถานะ “ซื้อ” (long: คาดหวังราคาตราสารปรับขึ้น/ผลตอบแทนลดลงในสินทรัพย์ประเภทนี้) ในสัญญาเหล่านี้เป็นกลยุทธ์ตรงตัวเพื่อเล่นกับแนวโน้ม “เงินเฟ้อชะลอ” (disinflation: อัตราเงินเฟ้อเพิ่มช้าลง ไม่จำเป็นต้องเป็นเงินฝืด)
มุมมองว่าอัตราดอกเบี้ยในประเทศจะลดลง มีโอกาสกดดันให้เงินเรียลบราซิลอ่อนค่า เพราะ “ข้อได้เปรียบด้านผลตอบแทน” แคบลง (yield advantage: ดอกเบี้ยสูงกว่าทำให้เงินสกุลนั้นน่าถือ) อัตราแลกเปลี่ยน USD/BRL ปรับขึ้นแล้วกว่า 2% ในเดือนที่ผ่านมา มาแถว 5.10 และข่าวนี้อาจหนุนให้ขยับต่อ ควรพิจารณาซื้อ “ออปชันคอล” (call options: สิทธิในการซื้อที่ราคากำหนด เพื่อเก็งว่าราคาจะขึ้น) บน USD/BRL เพื่อรับโอกาสขึ้นไปแถว 5.20
สำหรับหุ้น ต้นทุนการกู้ยืมที่ลดลงเป็นปัจจัยบวกชัดเจน ดัชนี Ibovespa ยังติดแนวต้าน 130,000 จุด (resistance: ระดับที่มักมีแรงขายกดดัน) และปัจจัยกระตุ้นนี้อาจช่วยให้ผ่านได้ การเปิดสถานะเชิงบวกผ่าน “ฟิวเจอร์ส” (futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้า) ของ Ibovespa หรือ “คอลสเปรด” (call spreads: กลยุทธ์ออปชันซื้อคอลและขายคอลที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่า เพื่อลดต้นทุนและจำกัดกำไร/ขาดทุน) น่าสนใจกว่าเมื่อสัปดาห์ก่อน
ควรทบทวนว่าช่วงครึ่งหลังปี 2025 เคยมีกรณีเงินเฟ้อออกมาต่ำกว่าคาดก่อนธนาคารกลางลดดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว 100 เบซิสพอยต์ (basis point: 0.01% ดังนั้น 100 เบซิสพอยต์ = 1.00%) การปรับลดครั้งนั้นทำให้หลายฝ่ายตั้งตัวไม่ทัน และจุดชนวนให้พันธบัตรและหุ้นในประเทศปรับขึ้นแรง บทเรียนจากอดีตชี้ว่าการตอบสนองกับข้อมูลนี้ทันทีอาจดีกว่ารอการยืนยันอย่างเป็นทางการจากธนาคารกลาง