ICE Brent ปรับขึ้น หลังความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซียปะทุอีกครั้ง ทำให้ตลาดกังวลว่าอุปทานน้ำมันอาจสะดุด ING ระบุว่าราคากระโดดขึ้น 5.8% ปิดเหนือ 114 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
รายงานระบุว่า “ข้อตกลงหยุดยิง” (ceasefire: การตกลงหยุดโจมตีชั่วคราว) ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเริ่มมีสัญญาณสั่นคลอน โดยสหรัฐฯ โจมตีเรืออิหร่านหลายลำ พร้อมรายงานว่าอิหร่านกลับมาโจมตี “โครงสร้างพื้นฐาน” (infrastructure: ระบบสำคัญ เช่น ท่าเรือ โรงกลั่น ท่อส่ง และไฟฟ้า) ในประเทศเพื่อนบ้าน
ความเสี่ยงด้านอุปทานหนุน Brent สูงขึ้น
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) สกัดกั้นขีปนาวุธอิหร่านหลายลูก และท่าเรือฟูไจราห์ (Fujairah) ถูกโดรนโจมตี ฟูไจราห์อยู่นอก “ช่องแคบฮอร์มุซ” (Strait of Hormuz: เส้นทางเดินเรือหลักสำหรับการขนส่งน้ำมัน) ทำให้ UAE ยังส่งออกน้ำมันได้ต่อเนื่องและเพิ่มขึ้น แม้มีสงครามและการปิดล้อมช่องแคบ
สหรัฐฯ เริ่มคุ้มกันเรือพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซภายใต้ “Project Freedom” โดยสหรัฐฯ ระบุว่าเรือพาณิชย์ติดธงสหรัฐฯ 2 ลำได้ผ่านช่องแคบภายใต้แผนดังกล่าวแล้ว
รายงานยังอ้างความเห็นของประธานาธิบดีทรัมป์ว่า ความขัดแย้งอาจยืดเยื้ออีก 2–3 สัปดาห์
แนวทางเทรดเมื่อความผันผวนสูงขึ้น
ภาวะตลาดมีอุปทานค่อนข้างตึงอยู่แล้ว จึงไวต่อข่าวมากขึ้น ข้อมูลล่าสุดจาก EIA (หน่วยงานพลังงานสหรัฐฯ) ระบุว่าสต็อกน้ำมันดิบลดลงเกินคาด 3.1 ล้านบาร์เรล ทำให้ “กันชน” (cushion: ปริมาณสำรองเผื่อเหตุฉุกเฉิน) สำหรับรองรับช็อกด้านอุปทานมีน้อย
สำหรับนักลงทุน ความไม่แน่นอนที่พุ่งขึ้นทำให้ควรพิจารณาเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากราคาพุ่งต่อ เช่น การใช้ “ออปชัน” (options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อ/ขายในราคาและเวลาที่กำหนด) ดัชนี CBOE Crude Oil Volatility Index (OVX: ดัชนีที่สะท้อนความคาดหวังความผันผวนจากราคาออปชันน้ำมัน) ปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือนที่ 42 สะท้อนว่า “ค่าเบี้ยออปชัน” (options premium: ราคาที่ต้องจ่ายเพื่อซื้อออปชัน) เพิ่มเร็ว
อีกแนวทางที่คุมความเสี่ยงได้คือ “บูลคอลสเปรด” (bull call spread: ซื้อคอลออปชันราคาใช้สิทธิหนึ่ง และขายคอลออปชันที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่า เพื่อลดต้นทุน แต่จำกัดกำไรสูงสุด) ช่วยรับโอกาสขาขึ้น โดยจำกัดค่าใช้จ่ายตั้งต้น เหมาะในภาวะที่คำพูดหรือท่าทีทางการทูตเปลี่ยนแล้วทำให้ราคาแกว่งแรง
มองไปข้างหน้า ควรติดตามปริมาณการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และการเปลี่ยนแปลง “ประกันภัยการขนส่ง” (shipping insurance: ประกันความเสียหาย/ความเสี่ยงระหว่างขนส่ง) โดยมีรายงานว่า “เบี้ยความเสี่ยงสงคราม” (war risk premium: ค่าใช้จ่ายเพิ่มสำหรับความเสี่ยงจากสงคราม) ของเรือบรรทุกน้ำมันในพื้นที่เพิ่มเป็นสองเท่าในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความเสี่ยงที่ตลาดรับรู้และอาจมีผลต่อราคาน้ำมันในช่วงถัดไป