Commerzbank ระบุว่า Michael Pfister คาดว่า EUR/CHF จะปรับขึ้นในไม่กี่เดือนข้างหน้า หากเงินยูโรฟื้นตัว และตลาดเลื่อนความคาดหวังเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ (SNB) เขากล่าวว่า SNB ใช้ “การสื่อสารด้วยถ้อยแถลง” ซ้ำๆ (verbal intervention: การส่งสัญญาณ/พูดเพื่อชะลอการแข็งค่าของสกุลเงิน โดยไม่ต้องเปลี่ยนนโยบายจริง) เพื่อชะลอการแข็งค่าล่าสุดของฟรังก์
การคาดการณ์ของตลาดต่อการคุมเข้มนโยบาย (tightening: การขึ้นดอกเบี้ยหรือทำให้นโยบายการเงินตึงขึ้น) ของ SNB เปลี่ยนไปหลังความขัดแย้งอิหร่าน โดยปลายปีนี้ตลาด “ใส่ราคา” (market pricing: ราคาตลาดสะท้อนความคาดหวัง) ไว้ราว 1 ครั้งของการขึ้นดอกเบี้ย Pfister มองว่าการขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้มีโอกาสต่ำ
Near Term Eur Chf Upside
เขาคาดว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน ขณะที่ SNB คงดอกเบี้ย ซึ่งจะทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ย (interest rate gap/differential: ความต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองประเทศ) เอื้อฝั่งยูโร และในกรณีนี้จะทำให้การถือฟรังก์ “น่าสนใจน้อยลง” (appeal: ความคุ้ม/แรงจูงใจในการถือครอง)
เขาอธิบายแนวทางของ SNB ว่าเน้นการออกถ้อยแถลง มีการแทรกแซงจริงเพียงเล็กน้อย (actual interventions: การเข้าไปซื้อ/ขายเงินตราในตลาดโดยตรง) และคงดอกเบี้ยไว้ เขามองว่าสิ่งนี้อาจดัน EUR/CHF ขึ้นได้อีกประมาณ 2 เซนไทม์ (centimes: หน่วยย่อยของฟรังก์ เทียบได้กับ “สตางค์” ของสกุลเงิน) เมื่อความอ่อนค่าล่าสุดของยูโรถูกสะท้อนในราคาเต็มที่
ระยะถัดไป เขาคาดว่าฟรังก์จะแข็งค่ากลับ เพราะเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าและฐานะการคลังรัฐที่แข็งแรงของสวิตเซอร์แลนด์จะกลับมาเป็นประเด็นสำคัญ ดังนั้น EUR/CHF จึงถูกประเมินว่าจะค่อยๆ ปรับลงต่อไปจนถึงปี 2027
กลยุทธ์ของ SNB ดูเป็นการผสมระหว่างการ “กด” ค่าเงินฟรังก์ด้วยคำพูด (talking down: สื่อสารให้ตลาดเชื่อว่าไม่ต้องการให้สกุลเงินแข็ง) ขณะคงดอกเบี้ยไว้ ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบได้ในช่วงต้นปี 2025 ด้วย เมื่อเงินเฟ้อล่าสุดของสวิตเซอร์แลนด์ในเดือนเมษายนอยู่ต่ำที่ 1.4% จึงแทบไม่มีแรงกดดันให้ขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งต่างจากยูโรโซนที่เงินเฟ้อยัง “เหนียว” (stickier: ลดลงช้า/ดื้อ ไม่ยอมลงง่าย) ใกล้ 2.5% ทำให้ ECB ยังไม่รีบปรับลดดอกเบี้ย และยิ่งขยายส่วนต่างดอกเบี้ยให้เป็นบวกกับฝั่งยูโร
Trade Expression And Timing
ความแตกต่างนี้ชี้ว่ามีช่วงเวลาให้ EUR/CHF มีโอกาสปรับขึ้นในหลายเดือนข้างหน้า นักลงทุนอาจพิจารณาซื้อออปชันแบบคอล (call options: สัญญาที่ให้สิทธิในการ “ซื้อ” คู่เงินในราคาแน่นอนภายในเวลาที่กำหนด) ของ EUR/CHF โดยกำหนดราคาใช้สิทธิ (strike price: ราคาที่ใช้ซื้อ/ขายตามสัญญา) ใกล้ระดับ 1.0000 (parity: ระดับที่ 1 ยูโรเท่ากับ 1 ฟรังก์) และเลือกวันหมดอายุ (expiration: วันที่สัญญาสิ้นสุด) ช่วงปลายฤดูร้อน เช่น สิงหาคมหรือกันยายน 2026 แนวทางนี้วางตำแหน่งรับการปรับขึ้นตามคาด และจำกัดความเสี่ยงสูงสุดให้ชัดเจน (maximum risk: ขาดทุนสูงสุด เช่น เบี้ยออปชันที่จ่าย)
ในอดีต ช่วงที่ความขัดแย้งอิหร่านปะทุในปี 2025 ตลาดเคยเพิ่มความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยของ SNB อย่างรวดเร็ว แต่สุดท้ายก็ไม่เกิดขึ้นจริง ปัจจุบันตลาดกลับมาให้ความน่าจะเป็นเล็กน้อยต่อการขึ้นดอกเบี้ยภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งมุมมองนี้เห็นว่าโอกาสต่ำ โดย SNB ดูเหมือนใช้ “แผนเดิม” คือใช้ถ้อยแถลงมากกว่าการเปลี่ยนนโยบายเพื่อดูแลค่าเงิน
อย่างไรก็ดี โอกาสนี้น่าจะเป็นเพียงช่วงสั้น เพราะแรงพื้นฐานของฟรังก์ (underlying strength: ปัจจัยหนุนระยะยาว) มีแนวโน้มกลับมาในช่วงหลังของปี ฐานะการคลังของสวิตเซอร์แลนด์แข็งแรง โดยหนี้สาธารณะต่อ GDP (public debt-to-GDP ratio: สัดส่วนหนี้รัฐบาลเทียบขนาดเศรษฐกิจ) ในอดีตต่ำกว่า 40% มาก และมีประวัติเงินเฟ้อต่ำ ซึ่งท้ายที่สุดจะดึงดูดเงินทุนกลับเข้าสู่ฟรังก์ ดังนั้น การถือสถานะฝั่งซื้อ (long positions: ลงทุน/เก็งกำไรทางขึ้น) ควรวางแผนบริหารเพื่อทยอยออกก่อนไตรมาสสุดท้ายของปี 2026 เพราะแนวโน้มระยะยาวอาจกลับมาอีกครั้ง