สำนักข่าวฟาร์ส (Fars News Agency) ของอิหร่านรายงานเมื่อวันจันทร์ว่า เรือรบสหรัฐฯ ลำหนึ่งถูกยิงด้วยขีปนาวุธ (missile: อาวุธนำวิถีที่ยิงจากระยะไกล) 2 ลูก ใกล้เกาะจาสก์ (Jask) หลังจากเพิกเฉยต่อคำเตือนของอิหร่าน และมีเจตนาจะผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: เส้นทางเดินเรือแคบที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญด้านพลังงาน) ตามรายงานของรอยเตอร์ส (Reuters)
สถานีโทรทัศน์ของรัฐอิหร่านอ้างคำกล่าวของกองทัพเรืออิหร่านว่า อิหร่านได้สกัดกั้นไม่ให้เรือรบสหรัฐฯ เข้าสู่ช่องแคบดังกล่าว
Markets Shift To Risk Off
หลังข่าวดังกล่าว ตลาดการเงินหันไปอยู่ในโหมด “ลดความเสี่ยง” (risk-off: นักลงทุนหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยงแล้วไปถือสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น) ณ เวลารายงาน สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (futures: สัญญาตกลงซื้อขายล่วงหน้า) ของดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปรับลง 0.3% ถึง 0.6% ในวันเดียวกัน
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index: ค่าดอลลาร์เทียบตะกร้าเงินสกุลหลัก) เพิ่มขึ้น 0.25% มาอยู่ที่ 98.45
ตลาดตอบสนองต่อข่าวเรือรบสหรัฐฯ ถูกยิงใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ โดยความกังวลความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นมักทำให้ความผันผวน (volatility: การแกว่งขึ้นลงของราคา) สูงขึ้นในระยะใกล้ ดัชนีความผันผวน CBOE (VIX: ดัชนีชี้วัดความผันผวนที่ตลาดคาดการณ์จากราคาสัญญาออปชัน) กระโดดขึ้นกว่า 40% สู่ 25.5 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ความกังวลภาคธนาคารช่วงต้นปี 2025
ผลกระทบชัดเจนที่สุดอยู่ที่ราคาน้ำมัน เพราะมีน้ำมันราว 20% ของการบริโภคทั้งโลกต้องผ่าน “คอขวด” (chokepoint: จุดผ่านทางแคบที่สำคัญต่อการขนส่ง) แห่งนี้ โดยสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude futures: สัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบอ้างอิงตลาดโลก) พุ่งกว่า 9% แตะ 112 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความกังวลด้านอุปทานสะดุด
Sector Winners And Losers
เหตุการณ์นี้ทำให้บางกลุ่มได้ประโยชน์และบางกลุ่มเสียประโยชน์ในตลาดหุ้น โดยกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เช่น RTX และ Lockheed Martin มีแนวโน้มได้แรงหนุน ขณะที่ธุรกิจที่ต้นทุนเชื้อเพลิงสูงและอ่อนไหวต่อเสถียรภาพโลก เช่น สายการบินและเรือสำราญ อาจเผชิญแรงกดดันมาก
กระแส “ย้ายไปสินทรัพย์ปลอดภัย” (flight to safety: การย้ายเงินไปสินทรัพย์ที่เสี่ยงต่ำ) มักหนุนให้ดอลลาร์แข็งค่า และทองคำปรับขึ้น โดยสัญญาทองคำล่วงหน้า (gold futures: สัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า) เพิ่ม 2.2% สู่ 2,385 ดอลลาร์ต่อออนซ์
เหตุการณ์นี้คล้ายกับการโจมตีด้วยโดรน (drone attack: การใช้ยานไร้คนขับโจมตี) ต่อโรงงานของซาอุดี อารามโก (Saudi Aramco) ในปี 2019 ที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งชั่วคราวและตลาดผันผวน แต่การเผชิญหน้าทางทหารโดยตรงระหว่างรัฐมีนัยสำคัญมากกว่า จึงต้องจับตาความไม่แน่นอนที่อาจยืดเยื้อ ไม่ใช่แรงกระแทกระยะสั้น