EUR/JPY ซื้อขายใกล้ระดับ 184.00 ในวันจันทร์ ลดลง 0.04% หลังข้อมูลเศรษฐกิจยูโรโซนหนุนเงินยูโร ขณะที่เงินเยนได้แรงหนุนจากความต้องการถือสินทรัพย์ปลอดภัย (การเข้าซื้อเมื่อตลาดกังวลความเสี่ยง) ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (PMI: แบบสำรวจที่ชี้แนวโน้มภาคการผลิต สูงกว่า 50 หมายถึงขยายตัว) ของ S&P Global ยูโรโซน เพิ่มเป็น 52.2 ในเดือนเมษายน สูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี
ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน Sentix (แบบสำรวจมุมมองนักลงทุนต่อเศรษฐกิจ) ปรับดีขึ้นเป็น -16.4 ในเดือนพฤษภาคม จาก -19.2 แต่ยังติดลบ ขณะที่ตัวเลขภายในประเทศของเยอรมนีอ่อนลง สะท้อนภาพฟื้นตัวที่ไม่สม่ำเสมอในกลุ่มยูโรโซน
สัญญาณนโยบายยูโรโซน
ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ส่งสัญญาณท่าทีเข้มงวดมากขึ้น (Hawkish: เน้นคุมเงินเฟ้อด้วยดอกเบี้ยสูง) โดยปีเตอร์ คาซีเมียร์ระบุว่า การขึ้นดอกเบี้ยเดือนมิถุนายน “เกือบแน่นอน” จากแรงกดดันเงินเฟ้อ รวมถึงพลังงาน แบบสำรวจผู้พยากรณ์เศรษฐกิจมืออาชีพของ ECB ประเมินเงินเฟ้อเฉลี่ยปีนี้ที่ 2.7% และค่อย ๆ กลับเข้าใกล้ 2% ขณะที่คาดการณ์การเติบโต GDP (ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ: มูลค่าเศรษฐกิจรวม) ปี 2026 ที่ 1%
ตลาดจับตาถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ ECB หลังสัปดาห์ที่แล้วคงอัตราดอกเบี้ย ในญี่ปุ่น เงินเยนได้แรงหนุนหลัง USD/JPY ขยับเหนือ 160.00 และรูปแบบการซื้อขายบ่งชี้ความเป็นไปได้ของ “การดำเนินการจากทางการ” (เช่น การแทรกแซงค่าเงิน: รัฐ/ธนาคารกลางเข้าซื้อขายเพื่อพยุงหรือกดค่าเงิน)
Reuters รายงานว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) อาจใช้เงินราว 5.48 ล้านล้านเยนเพื่อพยุงค่าเงิน ขณะที่กระทรวงการคลังยังไม่ให้ความเห็น ความตึงเครียดตะวันออกกลางและความเสี่ยงการหยุดชะงักในช่องแคบฮอร์มุซ (เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญ) ดันราคาน้ำมันทรงตัวสูงและเพิ่มความไม่แน่นอน โดยตลาดตอบสนองจำกัดต่อแผนความมั่นคงทางทะเลของสหรัฐ และความตึงเครียดกับอิหร่านที่ยังดำเนินอยู่
มุมมองความเสี่ยงจากการแทรกแซง
อีกด้านหนึ่ง การแทรกแซงของทางการญี่ปุ่นในปี 2025 เพื่อพยุงเงินเยนดูเหมือนเป็นเพียงมาตรการชั่วคราว เมื่อมองย้อนกลับ BoJ ใช้เงินเกือบ 5.5 ล้านล้านเยน แต่เมื่อ USD/JPY ปัจจุบันซื้อขายเหนือ 170 ความอ่อนค่าพื้นฐานที่เกิดจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (interest rate differentials: ดอกเบี้ยสองประเทศต่างกันทำให้เงินไหลไปหาผลตอบแทนสูงกว่า) ก็ยังเป็นตัวกำหนดทิศทาง ความเสี่ยงแทรกแซงเพิ่มเติมยังมี แต่ประสิทธิผลถูกตั้งคำถามมากขึ้น
ความต่างของนโยบายการเงินเป็นแรงขับหลัก โดยอัตราดอกเบี้ยนโยบายหลักของ ECB อยู่ที่ 4.25% เทียบกับ BoJ ที่ 0.1% ช่องว่างผลตอบแทนที่กว้างมากนี้ทำให้การถือสถานะ “ซื้อ EUR/JPY” น่าสนใจจากผลตอบแทนส่วนต่างดอกเบี้ย (Carry: ผลตอบแทนจากการกู้/ขายสกุลเงินดอกเบี้ยต่ำไปถือสกุลเงินดอกเบี้ยสูง) จึงยังดึงเงินทุนเข้า
เมื่อมีความเสี่ยงการร่วงลงฉับพลันจากการแทรกแซงญี่ปุ่น การใช้สัญญาออปชัน (Options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อ/ขายในอนาคตเพื่อจำกัดความเสี่ยง) เพื่อบริหารสถานะมีความสำคัญ ความผันผวนโดยนัย (Implied volatility: ระดับผันผวนที่ตลาดสะท้อนผ่านราคาออปชัน) ของ EUR/JPY อยู่ในระดับสูง โดยออปชันอายุ 1 เดือนสะท้อนโอกาสการเคลื่อนไหวมาก กลยุทธ์อย่างการซื้อสแตรดเดิล (Straddle: ซื้อสิทธิซื้อและสิทธิขายพร้อมกันที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน เพื่อเล่นความผันผวนไม่ว่าขึ้นหรือลง) จึงน่าสนใจสำหรับผู้ต้องการเก็งความผันผวน ส่วนผู้มีมุมมองขาขึ้น การซื้อคอลออปชัน (Call option: สิทธิในการซื้อ) หรือทำบูลคอลสเปรด (Bull call spread: ซื้อคอลราคาใช้สิทธิต่ำและขายคอลราคาใช้สิทธิสูง เพื่อลดต้นทุนและจำกัดกำไร/ขาดทุน) ช่วยเปิดโอกาสรับอัพไซด์พร้อมกำหนดความเสี่ยงสูงสุดได้ชัดเจน
เปิดบัญชีจริง VT Markets และ เริ่มเทรด ได้ทันที