ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI: ตัวชี้วัดเงินเฟ้อจากราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคซื้อ) ของตุรกีเพิ่มขึ้น 4.18% เทียบเดือนก่อนหน้า (MoM: เปรียบเทียบกับเดือนก่อน) ในเดือนเมษายน สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ 3.28%
ตัวเลขเดือนเมษายนสูงกว่าคาด 0.90 จุดเปอร์เซ็นต์ สะท้อนว่าราคาปรับขึ้นรายเดือนเร็วกว่าแนวโน้มที่คาดการณ์ไว้
ผลต่อแนวทางนโยบายธนาคารกลาง
เมื่อเงินเฟ้อยังลดลงได้ยากกว่าที่ประเมิน ธนาคารกลางสาธารณรัฐตุรกี (CBRT: ธนาคารกลางของตุรกี) ถูกกดดันให้คง “นโยบายการเงินตึงตัว” (tight monetary policy: คุมเข้มการเงินด้วยการตรึงดอกเบี้ยสูง/ลดสภาพคล่องเพื่อลดเงินเฟ้อ) ต่อไป เรามองว่า CBRT มีแนวโน้มส่งสัญญาณคงดอกเบี้ยในระดับสูงนานขึ้น และโอกาส “ขึ้นดอกเบี้ยแบบเซอร์ไพรส์” ในการประชุมครั้งถัดไปเพิ่มขึ้น หากย้อนดูรอบขึ้นดอกเบี้ยแรงในปี 2024 ที่ดัน “อัตราดอกเบี้ยนโยบาย” (policy rate: ดอกเบี้ยอ้างอิงหลักของธนาคารกลาง) ไปที่ 50% จะเห็นว่า CBRT พร้อมดำเนินการเด็ดขาด
แรงกดดันเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อมีแนวโน้มถ่วงค่าเงินลีราตุรกี (Turkish Lira) ผู้ลงทุนอาจพิจารณาวางกลยุทธ์รับความเสี่ยงลีราอ่อนค่าเทียบดอลลาร์สหรัฐ โดยใช้ “คอลออปชัน” (call options: สิทธิในการซื้อสินทรัพย์ในราคาและเวลาที่กำหนด โดยไม่บังคับต้องซื้อ) บนคู่เงิน USD/TRY (ดอลลาร์สหรัฐ/ลีราตุรกี) ทั้งนี้เงินเฟ้อเทียบปีก่อน (YoY: เปรียบเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน) เคยสูงถึง 69.8% ทำให้ดอกเบี้ยนโยบายที่สูงยังให้ “ผลตอบแทนที่แท้จริง” (real return: ผลตอบแทนหลังหักเงินเฟ้อ) เป็นบวกได้ยาก ซึ่งกระทบต่อค่าเงิน
สำหรับดัชนีหุ้น BIST 100 (ดัชนีหุ้นหลักของตุรกี) ความเสี่ยงจากดอกเบี้ยสูงต่อเนื่องเป็นแรงกดดันสำคัญ แม้ดัชนีอาจถูกใช้เป็น “เครื่องมือป้องกันเงินเฟ้อในประเทศ” (hedge: การลดความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ) แต่ความอ่อนไหวต่อดอกเบี้ยอาจเป็นปัจจัยหลักในช่วงถัดไป เรามองว่า “พุตออปชันเพื่อป้องกันความเสี่ยง” (protective put: ซื้อสิทธิขายเพื่อจำกัดขาดทุน) บน “สัญญาซื้อขายล่วงหน้า” (futures: สัญญาตกลงซื้อขายในอนาคตที่ราคาแน่นอน) ของ BIST 100 เป็นแนวทางที่เหมาะสมเพื่อกันความเสี่ยงจากตลาดปรับลง
สาระสำคัญของตัวเลขที่ออกมา “พลาดจากคาด” คือความผันผวนของตลาดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ความไม่แน่นอนต่อการตัดสินใจครั้งถัดไปของ CBRT และทิศทางของลีราจะดัน “พรีเมียมออปชัน” (options premium: ราคา/ค่าธรรมเนียมที่จ่ายเพื่อซื้อออปชัน) ให้สูงขึ้น สภาพตลาดแบบนี้ทำให้กลยุทธ์ที่อิง “ความผันผวน” (volatility: ระดับการแกว่งของราคา) ซึ่งทำกำไรจากการแกว่งแรงไม่ว่าราคาไปทางใด น่าสนใจมากขึ้น