ราคาทองคำในปากีสถานปรับลดลงในวันจันทร์ ตามข้อมูลที่ FXStreet รวบรวม โดยราคาทองคำอยู่ที่ 41,301.61 รูปีปากีสถาน (PKR) ต่อกรัม ลดลงจาก 41,357.44 รูปีต่อกรัมในวันศุกร์
ราคาทองคำต่อ “โทลา” (tola: หน่วยชั่งน้ำหนักที่ใช้ในเอเชียใต้ ราว 11.66 กรัม) ลดลงมาอยู่ที่ 481,733.80 รูปี จาก 482,385.10 รูปีในวันศุกร์ ขณะที่ราคาที่ประกาศอื่น ๆ ได้แก่ 413,016.00 รูปีสำหรับ 10 กรัม และ 1,284,624.00 รูปีต่อ “ทรอยออนซ์” (troy ounce: หน่วยน้ำหนักโลหะมีค่า เท่ากับ 31.1035 กรัม)
วิธีการคำนวณราคาทองคำในปากีสถาน
FXStreet คำนวณราคาทองคำในปากีสถานโดยนำราคาทองคำในตลาดโลกมาแปลงเป็นสกุลเงินท้องถิ่นผ่านอัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์สหรัฐ/รูปีปากีสถาน (USD/PKR) และปรับตามหน่วยชั่งน้ำหนักในประเทศ ตัวเลขอัปเดตทุกวัน ณ เวลาที่เผยแพร่ ใช้เพื่อการอ้างอิงเท่านั้น เพราะราคาหน้าร้านหรือราคาในประเทศอาจต่างออกไป
ธนาคารกลางเป็นผู้ถือครองทองคำรายใหญ่ที่สุด และเพิ่มการถือครองสุทธิ 1,136 ตัน มูลค่าราว 70,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2022 ตามข้อมูลของสภาทองคำโลก (World Gold Council) ซึ่งเป็นยอดซื้อรายปีสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึก โดยจีน อินเดีย และตุรกีมีการเพิ่มทุนสำรองเด่นชัด
โดยทั่วไปราคาทองคำมักเคลื่อนไหวสวนทางกับดอลลาร์สหรัฐและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasuries: ตราสารหนี้ของรัฐบาลสหรัฐ) และบางครั้งอาจสวนทางกับสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น ราคายังอาจเปลี่ยนแปลงตามความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความกังวลเศรษฐกิจถดถอย และการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ “ไม่มีดอกผล” (no yield: ไม่จ่ายดอกเบี้ยหรือเงินปันผล)
ปัจจัยที่ต้องติดตาม
อุปสงค์ที่แข็งแกร่งจากธนาคารกลางยังช่วยพยุงราคาได้ (floor: ระดับราคาพื้นฐานที่ช่วยจำกัดการปรับลง) ตามข้อมูลล่าสุดของสภาทองคำโลกสำหรับไตรมาส 1 ปี 2026 ธนาคารกลางทั่วโลกเพิ่มการถือครองสุทธิ 290 ตัน ซึ่งเป็นการเริ่มต้นปีที่แข็งแกร่งที่สุดเป็นประวัติการณ์ กระแสการซื้ออย่างต่อเนื่องจากธนาคารในตลาดเกิดใหม่ (emerging markets: ประเทศที่เศรษฐกิจกำลังเติบโต) ที่เด่นชัดตั้งแต่ปี 2022 สะท้อนการกระจายความเสี่ยงออกจากดอลลาร์สหรัฐในเชิงยุทธศาสตร์
อีกด้านหนึ่ง ต้องติดตามความสัมพันธ์แบบสวนทางกับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอ่อนค่าลงในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ (non-farm payrolls: ตัวเลขการจ้างงานที่ไม่รวมภาคเกษตร) เดือนเมษายนออกมาต่ำกว่าคาดที่ 175,000 ตำแหน่ง ทำให้ตลาดเพิ่มโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve) จะลดอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้ เมื่อดอกเบี้ยลดลง การถือทองคำที่ไม่ให้ดอกผลจะดูน่าถือครองมากขึ้น
มองย้อนกลับไป ความผันผวนของตลาดที่เกิดขึ้นในครึ่งหลังปี 2025 แสดงให้เห็นว่าเงินทุนสามารถไหลเข้าทองคำได้รวดเร็วในช่วงไม่แน่นอน ล่าสุดดัชนี S&P 500 ปรับลง 3% จากจุดสูงสุดของเดือนก่อน ทำให้เกิดการหมุนย้ายไปสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง (defensive rotation: ย้ายเงินจากสินทรัพย์เสี่ยงไปสินทรัพย์ที่ผันผวนน้อยกว่า) ซึ่งทำให้การใช้ “คอลออปชัน” ทองคำ (call options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อในราคาที่กำหนด) อาจเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสม สะท้อนว่านักลงทุนไวต่อความเสี่ยงมากขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน ๆ
ทองคำยังเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและค่าเงินอ่อนค่า (hedge: การถือสินทรัพย์เพื่อลดความเสี่ยงจากปัจจัยลบ) แม้ข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI: ตัวชี้วัดเงินเฟ้อจากราคาสินค้าและบริการ) ล่าสุดชี้ว่าเงินเฟ้อชะลอลงมาอยู่ที่ 3.1% แต่ยังสูงกว่าเป้าหมายของธนาคารกลาง ทำให้ความเสี่ยงต่อกำลังซื้อยังอยู่ในความสนใจ ปัจจัยพื้นฐานนี้ควรช่วยหนุนอุปสงค์ต่อทองคำจริง (physical gold: ทองคำแท่ง/ทองรูปพรรณ) และ “ตราสารอนุพันธ์” ที่เกี่ยวข้อง (derivatives: สัญญาการเงินที่มูลค่าอิงกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ฟิวเจอร์ส/ออปชัน)