ดัชนีวัดเงินเฟ้อ TD‑MI Inflation Gauge ของออสเตรเลียทรงตัวที่ 4.3% เมื่อเทียบรายปีในเดือนเมษายน
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าเงินเฟ้อรายปีตามการวัดของ TD‑MI (ดัชนีติดตามเงินเฟ้อที่จัดทำโดยเอกชน ใช้ข้อมูลราคาหลากหลายรายการเพื่อประเมินแนวโน้มค่าครองชีพ) ไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงก่อนหน้า
ภาพย้อนกลับไปเมื่อช่วงเดียวกันของปีก่อน เงินเฟ้อเดือนเมษายน 2025 ติดอยู่ที่ 4.3% ต่อเนื่อง ทำให้ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ยัง “คงดอกเบี้ย” และทำให้การคาดหวังเรื่อง “ลดดอกเบี้ย” ถูกเลื่อนไปไกล สถานการณ์นั้นเอื้อกับผู้ลงทุนที่วางเดิมพันว่าอัตราดอกเบี้ยจะ “อยู่สูงนาน” (higher for longer: ดอกเบี้ยคงอยู่ระดับสูงเป็นเวลานาน)
อย่างไรก็ดี เมื่อเข้าสู่เดือนพฤษภาคม 2026 สถานการณ์เปลี่ยนไปมาก ข้อมูลเงินเฟ้อทางการแบบรายไตรมาสที่ประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้วชี้ว่าอัตรารายปีลดลงมาอยู่ที่ 3.1% ซึ่งเข้าใกล้กรอบเป้าหมายของ RBA มากขึ้น ส่งผลให้ตลาดหันไปจับตา “จังหวะเวลา” ของการลดดอกเบี้ยครั้งแรก ก่อนการประชุม RBA วันพรุ่งนี้
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ย (interest rate futures: สัญญาล่วงหน้าที่สะท้อนความคาดหวังดอกเบี้ยในอนาคต) ขณะนี้ประเมินโอกาส 60% ที่ RBA จะลดดอกเบี้ย 0.25% (25 basis points: 1 เบซิสพอยต์ = 0.01% ดังนั้น 25 เบซิสพอยต์ = 0.25%) ในไตรมาส 4 สะท้อนว่าผู้ลงทุนอาจพิจารณากลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาลงช่วงปลายปี ซึ่งต่างจากมุมมอง “เอนเอียงไปทางขึ้นดอกเบี้ย” (hawkish: ให้ความสำคัญกับการคุมเงินเฟ้อ จึงมีแนวโน้มคุมเข้ม/ขึ้นดอกเบี้ย) ที่เด่นในปี 2025
สำหรับผู้ลงทุนที่โฟกัสเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย ซึ่งซื้อขายใกล้ 0.6480 เทียบดอลลาร์สหรัฐ แนวทางหนึ่งคือซื้อออปชันพุต (put options: สัญญาที่ให้สิทธิขายสินทรัพย์ในราคาที่กำหนด ใช้ป้องกันความเสี่ยงขาลง) ของ AUD เพื่อป้องกันความเสี่ยงหาก RBA ส่งสัญญาณผ่อนคลายมากกว่าคาดในวันพรุ่งนี้ โดยโทนที่ “ผ่อนคลาย” (dovish: ให้ความสำคัญกับการพยุงเศรษฐกิจ จึงมีแนวโน้มลดดอกเบี้ย/ผ่อนคลาย) อาจกดค่าเงินให้อ่อนลงได้