ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI: ดัชนีสำรวจความเชื่อมั่นและกิจกรรมในภาคการผลิต) ภาคการผลิตของเกาหลีใต้จาก S&P Global เพิ่มขึ้นเป็น 53.6 ในเดือนเมษายน จาก 52.6 ในการอ่านค่าก่อนหน้า
ค่า PMI ที่สูงกว่า 50 หมายถึงภาคการผลิต “ขยายตัว” หรือดีขึ้น ขณะที่ต่ำกว่า 50 หมายถึง “หดตัว” หรือแย่ลง
การที่ PMI ภาคการผลิตของเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นสู่ 53.6 ในเดือนเมษายนสะท้อนว่าการขยายตัวกำลังเร่งขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจ โดยชี้ถึงการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อใหม่และการผลิต สะท้อนว่าอุปสงค์ (ความต้องการซื้อ) ยังแข็งแรง จึงควรพิจารณาวางกลยุทธ์เพื่อโอกาสปรับขึ้นของสินทรัพย์เกาหลีใต้ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า
ข้อมูลนี้สนับสนุนการเปิดสถานะ “ขาขึ้น” (Long: คาดว่าราคาจะขึ้น) ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี KOSPI 200 หรือซื้อ “คอลออปชัน” (Call option: สิทธิในการซื้อสินทรัพย์อ้างอิงที่ราคาที่กำหนด ภายในเวลาที่กำหนด) บนดัชนีดังกล่าว มุมมองนี้ยิ่งแข็งแรงขึ้นจากข้อมูลอุตสาหกรรมล่าสุดที่ระบุว่ายอดขายเซมิคอนดักเตอร์ (ชิปอิเล็กทรอนิกส์) ทั่วโลกเพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY: เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) ในไตรมาส 1/2026 ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกหลักของเกาหลีใต้ และเป็นแรงหนุนต่อเนื่องจากช่วงส่งออกชะลอตัวกลางปี 2025
เศรษฐกิจที่แข็งแรงขึ้นมีแนวโน้มทำให้เงินวอนเกาหลีใต้แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ สามารถสะท้อนมุมมองนี้ด้วยการซื้อ “คอลออปชันบนเงินวอน” (สิทธิซื้อเงินวอนที่อัตราแลกเปลี่ยนที่กำหนด) หรือเปิดสถานะขาขึ้นในค่าเงินรูปแบบอื่น ข้อมูลที่แข็งแรงทำให้โอกาสที่ธนาคารกลางเกาหลี (Bank of Korea) จะพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยลดลง ซึ่งช่วยพยุงค่าเงินวอนเพิ่มเติม