ข้อมูล CFTC ของสหราชอาณาจักรระบุว่า สถานะสุทธิของผู้เล่นที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ (Non-commercial net positions: สถานะซื้อ-ขายสุทธิของนักเก็งกำไร เช่น กองทุน ไม่ได้ทำธุรกิจเพื่อป้องกันความเสี่ยง) ในเงินปอนด์ ลดลงมาอยู่ที่ -60.6K สัญญา จาก -52K สัญญา
สะท้อนว่าสถานะ “ขายสุทธิ” (Net short: ถือฝั่งขายมากกว่าฝั่งซื้อ คาดราคา/ค่าเงินจะปรับลง) ในเงินปอนด์เพิ่มขึ้นในรอบรายงานล่าสุด
เรากำลังเห็นมุมมองของนักเก็งกำไรต่อเงินปอนด์เป็นลบมากขึ้น โดยสถานะขายสุทธิของกลุ่ม Non-commercial ลึกลงเป็น -60.6K สัญญา หมายความว่ามีผู้เล่นจำนวนมากขึ้นเดิมพันว่าเงินปอนด์จะอ่อนค่า ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ควรติดตาม
ปัจจัยกดดันน่ามาจากข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดที่ชี้ว่าเงินเฟ้อสหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้นเกินคาดเป็น 3.5% ในเดือนเมษายน ขณะที่ GDP ไตรมาส 1 โตเพียง 0.2% (GDP: มูลค่าผลผลิตรวมของประเทศ ใช้วัดการเติบโตเศรษฐกิจ) ภาพ “เงินเฟ้อสูงแต่เศรษฐกิจโตต่ำ” ทำให้ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ตัดสินใจยาก ตลาดจึงลดโอกาสที่จะ “ลดดอกเบี้ย” ในช่วงฤดูร้อน ส่งผลให้แนวโน้มการเติบโตถูกกดดัน
สำหรับผู้เทรดอนุพันธ์ (Derivatives: สัญญาการเงินที่มูลค่าอิงกับราคา/อัตราแลกเปลี่ยน) สภาวะแบบนี้อาจพิจารณากลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์หากเงินปอนด์อ่อนค่า เช่น ซื้อพุตออปชัน (Put option: สิทธิในการขายที่ราคาในอนาคต ใช้ทำกำไรเมื่อราคาลง) บนคู่ GBP/USD หรือทำ Bear put spread (ซื้อพุตที่ราคาใช้สิทธิหนึ่ง และขายพุตอีกตัวเพื่อลดต้นทุน โดยจำกัดกำไร/ขาดทุนให้ชัดเจน) เครื่องมือเหล่านี้ช่วยทำกำไรจากขาลง พร้อมกำหนดขาดทุนสูงสุดได้
ควรจับตาระดับเทคนิคสำคัญ โดยเฉพาะแนวรับ 1.2350 ของ GBP/USD (แนวรับ: ระดับที่มักมีแรงซื้อพยุงราคา) หากหลุดอาจกระตุ้นแรงขายเพิ่ม ข้อมูลตลาดแรงงานและยอดค้าปลีกสหราชอาณาจักรที่จะประกาศในช่วงต่อไปจะเป็นตัวเร่งสำคัญ หากเห็นสัญญาณเศรษฐกิจอ่อนแอเพิ่ม อาจเร่งให้เงินปอนด์ปรับลงได้ง่ายขึ้น