ข้อมูลจาก CFTC ของสหรัฐฯ (คณะกรรมการกำกับดูแลการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์) ระบุว่า “สถานะสุทธิ” (net positions: จำนวนสัญญาฝั่งซื้อหักลบฝั่งขาย) ของ S&P 500 NC เพิ่มขึ้นเป็น -101.4K จาก -110.1K
“สถานะสุทธิ” ยังติดลบ หมายความว่าโดยรวมยังเป็น “สถานะขายสุทธิ” (net short: เปิดสัญญาฝั่งขายมากกว่าฝั่งซื้อ) อยู่
สถานะขายสุทธิในสัญญาล่วงหน้า (futures: สัญญาตกลงซื้อขายล่วงหน้า) ของ S&P 500 ลดลงจาก -110.1K เหลือ -101.4K สัญญา สะท้อนว่านักเก็งกำไรรายใหญ่ เช่น เฮดจ์ฟันด์ (hedge funds: กองทุนที่ใช้กลยุทธ์ซื้อขายหลากหลายและมีความเสี่ยงได้สูง) ลดมุมมองเชิงลบต่อตลาดหุ้นลง แม้ภาพรวมยังเป็นลบ แต่แรงกดดันเริ่มผ่อนคลายจากการ “ปิดสถานะขาย” (short-covering: ซื้อคืนเพื่อปิดสัญญาที่เคยเปิดขาย) บางส่วน
การปรับสถานะดังกล่าวตามหลังตัวเลขจ้างงานเดือนเมษายน 2026 ที่ระบุว่า “การจ้างงานนอกภาคเกษตร” (payrolls: จำนวนตำแหน่งงานเพิ่มขึ้น/ลดลงในระบบ) เพิ่มขึ้นระดับปานกลาง 195,000 ตำแหน่ง ช่วยลดความกังวลว่าเศรษฐกิจร้อนแรงเกินไป ขณะที่ข้อมูลเงินเฟ้อ CPI (ดัชนีราคาผู้บริโภค: ตัวชี้วัดราคาสินค้าและบริการของผู้บริโภค) ล่าสุดทรงตัวที่ 3.4% ทำให้เฟดมีพื้นที่ “พัก” วงจรขึ้นดอกเบี้ย (rate-hiking cycle: ช่วงที่ธนาคารกลางปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่อง) ความนิ่งของข้อมูลเศรษฐกิจน่ากำลังทำให้นักลงทุนที่มองลบมากที่สุดเริ่มทบทวนสถานะของตน
ปลายปี 2025 เคยเกิดรูปแบบใกล้เคียงกัน เมื่อการเปิดสถานะขายจำนวนมากนำไปสู่การรีบาวด์แรง เพราะผู้เล่นต้องซื้อคืนเพื่อปิดสถานะ “แรงซื้อจากการถูกบังคับ” (forced buying: จำเป็นต้องซื้อคืนเพื่อลดความเสี่ยงหรือปิดสถานะ) อาจสร้างแรงส่งขาขึ้นได้ในเวลาไม่นาน การลดลงของสถานะขายในรอบนี้จึงอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการคลายสถานะ ซึ่งมีโอกาสหนุนตลาดให้ปรับขึ้นในระยะใกล้