ข้อมูลจาก CFTC ชี้ว่า “สถานะสุทธิของนักลงทุนกลุ่มไม่ใช่เชิงพาณิชย์” (non-commercial net positions: การถือครองสัญญาของนักเก็งกำไร เช่น กองทุนเฮดจ์ฟันด์ ไม่ได้ทำเพื่อป้องกันความเสี่ยงของธุรกิจจริง) ในเงินยูโรของยูโรโซน ลดลงมาอยู่ที่ 35.7k จากระดับก่อนหน้าที่ 41.3k
การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนว่า “สถานะซื้อสุทธิ” (net long: จำนวนสัญญาฝั่งซื้อหักด้วยฝั่งขาย) ของนักเก็งกำไรในยูโรลดลงเมื่อเทียบกับรอบรายงานก่อนหน้า โดยตัวเลขรายงานเป็น “พันสัญญา” (k = thousand contracts)
เราพบว่านักเก็งกำไรรายใหญ่ลดเดิมพันฝั่งมองบวกว่าเงินยูโรจะแข็งค่า โดยสถานะซื้อสุทธิลดลงมาอยู่ที่ 35.7k ซึ่งบ่งชี้ว่าความเชื่อมั่นต่อยูโรที่แข็งค่ากำลังอ่อนลงในกลุ่มเฮดจ์ฟันด์และผู้เล่นรายใหญ่ นับเป็นสัญญาณที่ควรติดตามในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
การเปลี่ยนแปลงมุมมองนี้เกิดขึ้นหลังข้อมูลเงินเฟ้อยูโรโซนเดือนเมษายนที่ชะลอลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 1.9% ทำให้เหตุผลที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะ “ตรึงดอกเบี้ย” (คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ไม่เปลี่ยน) ดูอ่อนแรงลง ขณะเดียวกัน รายงานการจ้างงานสหรัฐล่าสุดสะท้อนตลาดแรงงานยังแข็งแกร่ง โดยเพิ่มการจ้างงาน 215,000 ตำแหน่ง สูงกว่าคาด ความต่างของแนวโน้มเศรษฐกิจนี้ทำให้การถือเงินดอลลาร์ดูน่าสนใจกว่าเงินยูโรมากขึ้น
ในบริบทดังกล่าว ผู้เทรด “อนุพันธ์” (derivatives: เครื่องมือทางการเงินที่มูลค่าอิงกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ค่าเงิน) อาจพิจารณากลยุทธ์เพื่อทำกำไรหรือป้องกันความเสี่ยงหากค่าเงิน EUR/USD มีโอกาสอ่อนลง เช่น การซื้อ “พุตออปชัน” (put option: สิทธิในการขายที่ราคาเดิมภายในเวลาที่กำหนด ใช้รับมือกรณีราคาลง) เพื่อกำหนดระดับราคาต่ำสุด หรือทำ “พุตสเปรดฝั่งขาลง” (bearish put spread: ซื้อพุตราคาใช้สิทธิหนึ่งและขายพุตอีกระดับ เพื่อจำกัดต้นทุนและหวังผลจากการอ่อนลงระดับปานกลาง) การลดลงของสถานะซื้อเชิงเก็งกำไรสะท้อนว่าในระยะสั้นเงินยูโรอาจมีแรงกดดันมากกว่าแรงหนุน