ราคาทองคำปรับขึ้นเป็นวันที่สอง เพิ่มขึ้นมากกว่า 0.50% หลังการ “แทรกแซงค่าเงิน” ของญี่ปุ่น (การที่ทางการเข้าไปซื้อ/ขายเงินตราต่างประเทศเพื่อพยุงค่าเงิน) ทำให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า XAU/USD (สัญลักษณ์ราคาทองคำเทียบดอลลาร์สหรัฐ) ซื้อขายที่ 4,643 ดอลลาร์ หลังเด้งกลับจาก 4,560 ดอลลาร์
อิหร่านส่งข้อเสนอถึงสหรัฐผ่านปากีสถาน ช่วยกดราคาน้ำมันลงและหนุนบรรยากาศ “รับความเสี่ยง” (นักลงทุนกล้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น) WTI (น้ำมันดิบเวสต์เทกซัสของสหรัฐ) อยู่ที่ 101.91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลงมากกว่า 3% ในวันเดียว
ดอลลาร์อ่อนค่าหนุนทองคำ
ทางการญี่ปุ่นแทรกแซงตลาดเงินเมื่อวันพฤหัสบดี ใช้เงินสูงสุดราว 35,000 ล้านดอลลาร์ เทียบกับ 36,800 ล้านดอลลาร์ในเดือนก.ค. 2024 ตามข้อมูลธนาคารกลางญี่ปุ่น (Bank of Japan) ดัชนีดอลลาร์ (US Dollar Index: ค่าดอลลาร์เทียบตะกร้าเงินหลัก) ลดลง 0.03% มาอยู่ที่ 98.07
สัญญาณจากธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed) ชี้ว่าอัตราดอกเบี้ยอาจอยู่ “สูงนาน” เพราะแรงกดดันเงินเฟ้อที่เชื่อมโยงความขัดแย้งตะวันออกกลาง ข้อมูล Prime Terminal ระบุว่าตลาดสัญญาดอกเบี้ยคาดว่า “ดอกเบี้ยจะคงเดิม” ตลอดปีนี้ (ตลาดเงิน: ตลาดซื้อขายตราสารระยะสั้นที่สะท้อนความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ย)
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของ ISM สหรัฐ (ISM Manufacturing PMI: ตัวชี้วัดกิจกรรมภาคโรงงาน) เดือนเม.ย. อยู่ที่ 52.7 ไม่เปลี่ยนจากมี.ค. หมวด “ราคาที่จ่าย” (prices paid: ต้นทุนวัตถุดิบ/ปัจจัยการผลิตที่ผู้ผลิตจ่าย) เพิ่มจาก 78.3 เป็น 84.6 สูงสุดตั้งแต่เม.ย. 2022
ทองคำยังทรงตัวใกล้ 4,550 ดอลลาร์ แนวต้านอยู่เหนือ 4,700 ดอลลาร์ และ “โซนค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่” (moving average: เส้นค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลัง ใช้ดูแนวโน้ม) ที่ 4,718–4,749 ดอลลาร์ จากนั้น 4,834 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับคือ 4,600 ดอลลาร์ ตามด้วย 4,510 และ 4,351 ดอลลาร์
แรงซื้อธนาคารกลางหนุนราคา
สภาทองคำโลก (World Gold Council) ระบุว่า ธนาคารกลางซื้อทองคำเพิ่ม 1,136 ตัน มูลค่าราว 70,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2022
ขณะนี้ทองคำถูกหนุนและถูกกดจากสองปัจจัยหลัก ดอลลาร์อ่อนค่าจากการแทรกแซงตลาดเงินของญี่ปุ่น ซึ่งโดยปกติเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ แต่อีกด้านหนึ่ง เฟดยัง “เข้มงวด” (hawkish: เน้นคุมเงินเฟ้อด้วยดอกเบี้ยสูง/นโยบายตึงตัว) และมีเจ้าหน้าที่บางรายมองว่าขยับครั้งถัดไปอาจเป็น “ขึ้นดอกเบี้ย” ซึ่งมักจำกัดการขึ้นของทองคำ
การแทรกแซงของญี่ปุ่นที่คล้ายกับปี 2022 และ 2024 อาจหนุนทองคำได้เพียงระยะสั้น ตลาดน่าจะหันไปจับตารายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ (Nonfarm Payrolls: ตัวเลขการจ้างงานรายเดือน ยกเว้นภาคเกษตร) เดือนเม.ย. ในสัปดาห์หน้า หากตัวเลขจ้างงานแข็งแกร่ง โดยเฉพาะ “ค่าจ้างเฉลี่ย” โตเกินคาด 0.3% เมื่อเทียบเดือนก่อน (month-over-month: เทียบกับเดือนก่อนหน้า) จะย้ำมุมมองดอกเบี้ย “สูงนาน” และอาจดันดอลลาร์แข็งขึ้น กดทองคำลงทดสอบแนวรับ 4,510 ดอลลาร์
แต่หากรายงานจ้างงานออกมาอ่อนแอ จะทำให้ตลาดตั้งคำถามต่อแนวทางของเฟด และอาจเป็นตัวเร่งให้ทองคำหลุดกรอบ หาก NFP ต่ำกว่า 175,000 ตำแหน่ง นักลงทุนอาจเร่งสะท้อนความเป็นไปได้ของ “ลดดอกเบี้ย” ในอนาคต ทำให้ดอลลาร์อ่อน และทองคำขึ้นทดสอบแนวต้านใกล้ 4,750 ดอลลาร์
สำหรับผู้เทรด “อนุพันธ์” (derivatives: สัญญาการเงินที่อ้างอิงราคาสินทรัพย์ เช่น ฟิวเจอร์ส/ออปชัน) ภาพนี้บ่งชี้ว่าราคาอาจแกว่งแรงหลังประกาศ NFP “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility: ความผันผวนที่สะท้อนในราคาออปชัน) ของออปชันทองคำกำลังเพิ่มขึ้น แปลว่าตลาดคาดการหลุดกรอบ 4,550–4,700 ดอลลาร์ กลยุทธ์ “Long Straddle/Strangle” (ซื้อออปชัน Call และ Put พร้อมกัน เพื่อหวังกำไรจากการแกว่งแรง ไม่ว่าขึ้นหรือลง) อาจเหมาะ โดยไม่ต้องเดาทิศทางล่วงหน้า
เปิดบัญชีจริง VT Markets และ เริ่มเทรด ได้ทันที