ดัชนีคำสั่งซื้อใหม่ของภาคการผลิตสหรัฐ (ISM Manufacturing New Orders Index: ดัชนีที่วัดการเพิ่ม-ลดของคำสั่งซื้อสินค้าใหม่ในโรงงาน) ปรับขึ้นสู่ 54.1 ในเดือนเมษายน จาก 53.5 ในครั้งก่อนหน้า
เรามองว่าตัวเลขคำสั่งซื้อใหม่ที่ออกมาดีกว่าคาดเป็นสัญญาณชัดเจนว่าเศรษฐกิจยังแข็งแกร่ง รายงานนี้ทำให้ตลาดต้องทบทวนการคาดการณ์เรื่องธนาคารกลางสหรัฐ (Fed: ธนาคารกลางของสหรัฐ) ที่อาจลดอัตราดอกเบี้ย (interest rate cut: การลดดอกเบี้ยนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ) ในช่วงปลายปีนี้ ฝั่งอนุพันธ์ (derivatives: สัญญาการเงินที่อ้างอิงมูลค่าจากสินทรัพย์อื่น เช่น ฟิวเจอร์ส/ออปชัน) ควรเอนเอียงไปทางมุมมอง Fed ที่เข้มงวดขึ้น (hawkish: เน้นคุมเงินเฟ้อด้วยดอกเบี้ยสูง) ในระยะสั้น
Bond Yields And Rate Expectations
ความเป็นไปได้ที่ดอกเบี้ยจะ “สูงนาน” (higher-for-longer: ดอกเบี้ยอยู่ระดับสูงต่อเนื่องนานกว่าที่คาด) มีแนวโน้มกดดันราคาพันธบัตร เราติดตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี (10-year Treasury yield: ผลตอบแทนของพันธบัตร 10 ปี) ซึ่งขยับขึ้นแตะ 4.75% ในช่วงต้นการซื้อขาย และอาจทดสอบจุดสูงที่เห็นในปลายปี 2025 กลยุทธ์ใช้ออปชันแบบพุท (put options: สิทธิในการขายสินทรัพย์ที่ราคาอ้างอิง) บน ETF พันธบัตรอายุยาว (long-duration bond ETFs: กองทุนที่ถือพันธบัตรอายุยาว ซึ่งไวต่อดอกเบี้ย) อาจใช้เพื่อป้องกันความเสี่ยงหรือเก็งกำไร
สำหรับหุ้น ข้อมูลนี้เป็นบวกต่อกำไรบริษัท โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมและวัสดุพื้นฐาน ข้อมูลยืนยันการฟื้นตัวของภาคการผลิตที่เริ่มตั้งแต่ต้นปี 2026 ทำให้ความกังวลเศรษฐกิจชะลอในปี 2025 ลดลง เราพิจารณาใช้ออปชันแบบคอล (call options: สิทธิในการซื้อสินทรัพย์ที่ราคาอ้างอิง) บน ETF กลุ่มวัฏจักร (cyclical sector ETFs: กองทุนที่ลงทุนในกลุ่มหุ้นที่ขึ้นลงตามเศรษฐกิจ) เพราะบริษัทมีโอกาสให้ประมาณการหรือแนวโน้มผลประกอบการล่วงหน้า (forward guidance: แนวทางที่ผู้บริหารสื่อสารต่อผลประกอบการในอนาคต) ที่ดีขึ้น
ความแข็งแกร่งเศรษฐกิจมักหนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐให้แข็งค่า ดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index: DXY ดัชนีที่วัดค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าเงินหลัก) ขยับเข้าใกล้ 106.50 และมีแนวโน้มได้แรงพยุงต่อเนื่อง เพราะส่วนต่างดอกเบี้ย (interest rate differentials: ความแตกต่างของดอกเบี้ยระหว่างประเทศ) เอื้อให้สหรัฐได้เปรียบ การถือสถานะ “ซื้อดอลลาร์” (long dollar positions: ได้กำไรเมื่อดอลลาร์แข็งค่า) เทียบสกุลเงินของประเทศที่ธนาคารกลางมีท่าทีผ่อนคลาย (dovish: มีแนวโน้มลดดอกเบี้ยหรือคงดอกเบี้ยต่ำเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ) ดูน่าสนใจขึ้น
คำสั่งซื้อจากโรงงานที่เพิ่มขึ้นสะท้อนความต้องการใช้วัตถุดิบในอนาคตมากขึ้น สินค้าโภคภัณฑ์อุตสาหกรรม (industrial commodities: วัตถุดิบสำหรับการผลิต เช่น ทองแดง) อย่างทองแดงตอบรับแล้ว โดยราคาพุ่งผ่าน 4.50 ดอลลาร์ต่อปอนด์ สะท้อนว่าตลาดคาดอุปสงค์แข็งแกร่ง กลยุทธ์ฝั่งบวก (bullish positions: วางเดิมพันว่าราคาจะขึ้น) ในสัญญาฟิวเจอร์ส (futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้า) หรือหุ้นที่เกี่ยวข้อง อาจได้ประโยชน์จากการขยายตัวของภาคการผลิต
Volatility And Options Positioning
ข่าวเศรษฐกิจเชิงบวกมักทำให้ความไม่แน่นอนของตลาดลดลง ดัชนีความผันผวน CBOE (VIX: ดัชนีที่สะท้อนความคาดหวังความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐจากราคาออปชัน) ลดลงต่ำกว่า 14 บ่งชี้ว่าตลาดคาดความผันผวนน้อยลง ภาวะแบบนี้ทำให้กลยุทธ์ “ขายพรีเมียมออปชัน” (selling options premium: ขายออปชันเพื่อรับค่าเบี้ย) เช่น การเขียนพุทที่มีเงินสดค้ำประกัน (cash-secured puts: ขายพุทโดยกันเงินสดไว้ซื้อหุ้นหากถูกใช้สิทธิ) ในหุ้นอุตสาหกรรมพื้นฐานแข็งแรง เป็นแนวทางที่น่าสนใจ