ยอดขายปลีกที่ปรับด้วยเงินเฟ้อ (Real retail sales: ยอดขายหลังหักผลของเงินเฟ้อ) ของสวิตเซอร์แลนด์เพิ่มขึ้น 0.5% เมื่อเทียบรายปีในเดือนมีนาคม
ตัวเลขนี้ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 1% สำหรับเดือนดังกล่าว
อุปสงค์ผู้บริโภคสวิตเซอร์แลนด์อ่อนแรง
ยอดขายปลีกเดือนมีนาคมที่ออกมาต่ำกว่าคาด สะท้อนว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคสวิสเริ่มชะลอลง และยืนยันแนวโน้มอุปสงค์ในประเทศที่ชะลอตัว (Domestic demand: ความต้องการซื้อสินค้าและบริการภายในประเทศ) ซึ่งน่ากังวล เพราะข้อมูลเงินเฟ้อเดือนเมษายนก็ออกมาต่ำที่ 1.3% และยังอยู่ในกรอบเป้าหมายของธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ (Swiss National Bank: ธนาคารกลางของสวิตเซอร์แลนด์) เรามองว่านี่เป็นสัญญาณชัดเจนว่าแรงส่งของเศรษฐกิจกำลังอ่อนลงก่อนเข้าสู่ไตรมาส 2
ข้อมูลนี้มีแนวโน้มทำให้ธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ (SNB) คงท่าทีผ่อนคลาย (Dovish: เน้นนโยบายการเงินผ่อนคลาย เช่น ไม่รีบขึ้นดอกเบี้ย) ทำให้โอกาสขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปี 2026 ลดลงมาก ดังนั้นอาจพิจารณาวางกลยุทธ์รับมือฟรังก์สวิสที่อ่อนค่าลง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับยูโร เพราะธนาคารกลางยุโรป (European Central Bank: ธนาคารกลางของกลุ่มยูโร) ดูระมัดระวังในการลดดอกเบี้ยมากกว่า การซื้อคอลออปชัน (Call options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อในราคาที่กำหนด) บน EUR/CHF (คู่เงินยูโร/ฟรังก์สวิส) เป็นแนวทางที่เหมาะสมเพื่อเก็งความแตกต่างของนโยบาย (Policy divergence: ทิศทางนโยบายการเงินของสองประเทศ/สองธนาคารกลางที่ต่างกัน) ในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า
ฝั่งหุ้น ความอ่อนแอของผู้บริโภคเป็นแรงกดดันโดยตรงต่อหุ้นในดัชนี Swiss Market Index (SMI: ดัชนีหุ้นหลักของสวิตเซอร์แลนด์) ที่พึ่งพาตลาดในประเทศสูง เราเคยเห็นรูปแบบคล้ายกันในปี 2025 เมื่อข้อมูลภายในประเทศที่อ่อนทำให้หุ้นกลุ่มค้าปลีกและสินค้าหรูปรับตัวแย่กว่าตลาด
ประเด็นการป้องกันความเสี่ยงหุ้น
ดังนั้น การซื้อพุทออปชัน (Put options: สัญญาที่ให้สิทธิขายในราคาที่กำหนด) บน SMI หรือทำพุทสเปรด (Put spreads: กลยุทธ์ออปชันแบบซื้อพุทและขายพุทอีกตัวเพื่อลดต้นทุนและจำกัดความเสี่ยง) อาจเป็นวิธีป้องกันความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ หากดัชนีมีโอกาสอ่อนตัวลง