ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของโตเกียว **ไม่รวมอาหารและพลังงาน** เพิ่มขึ้น 1.5% เมื่อเทียบรายปีในเดือนเมษายน ลดลงจาก 1.7% ในงวดก่อนหน้า
ตัวเลขนี้คือ **เงินเฟ้อของโตเกียวแบบตัดทั้งอาหารและพลังงานออก** (เป็นการดู “เงินเฟ้อพื้นฐาน” ที่ไม่รวมสินค้าที่ผันผวนมาก) สะท้อนว่าในเดือนเมษายนราคาปรับขึ้นช้าลงกว่าเดิม
Implications For Bank Of Japan Policy
การชะลอลงของเงินเฟ้อพื้นฐานโตเกียวมาอยู่ที่ 1.5% เป็นสัญญาณสำคัญ เพราะตัวเลขยิ่งห่างจากเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ทำให้โอกาสที่ BoJ จะขึ้นดอกเบี้ยอีกในไตรมาสนี้ลดลง และบ่งชี้ว่าแรงกดดันเงินเฟ้อที่เคยสะสมอาจเริ่มอ่อนแรง
มุมมองนี้สนับสนุนการวางตำแหน่งที่ “เงินเยนอ่อนค่า” ต่อ โดยการประชุม BoJ วันที่ 28 พฤษภาคม ตลาดน่าจะลดความคาดหวังต่อท่าที “เข้มงวด” (hawkish = มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ย/คุมเงินเฟ้อด้วยนโยบายตึงตัว) ส่งผลให้ช่องว่างนโยบายกับธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) กว้างขึ้น กลยุทธ์ที่พิจารณาได้คือซื้อออปชัน USD/JPY แบบคอล (call option = สิทธิในการซื้อที่อัตราแลกเปลี่ยนที่กำหนด) เพื่อเก็งการกลับขึ้นไปใกล้จุดสูงช่วงมีนาคมแถว 162.50
สภาพแวดล้อมนี้ยังเอื้อต่อหุ้นญี่ปุ่น โดยเฉพาะ Nikkei 225 ที่มีหุ้นส่งออกมาก เพราะเงินเยนอ่อนช่วยเพิ่มกำไรจากต่างประเทศเมื่อแปลงกลับเป็นเยน (overseas earnings) ทางเลือกคือซื้อสัญญาฟิวเจอร์ส Nikkei 225 (futures = สัญญาซื้อขายล่วงหน้า) หรือซื้อคอลที่ราคาใช้สิทธิ “นอกเงิน” (out-of-the-money = ราคาใช้สิทธิยังไม่คุ้มที่จะใช้สิทธิในตอนนี้ เน้นเก็งกำไรหากราคาวิ่งแรง)
ด้านตลาดอัตราดอกเบี้ย ตัวเลขเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าคาดมีแนวโน้มกดให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB yield = ผลตอบแทนที่นักลงทุนได้รับจากการถือพันธบัตร) ลดลง ก่อนหน้านี้ตลาดเคยคาดโอกาสขึ้นดอกเบี้ยช่วงฤดูร้อน หลัง BoJ ยุติดอกเบี้ยติดลบในต้นปี 2025 ตอนนี้คาดว่าอัตราผลตอบแทน JGB อายุ 10 ปีที่ราว 0.95% อาจกลับไปทดสอบระดับ 0.80% ที่เคยเห็นเมื่อต้นปี
Positioning Around Volatility
ท่ามกลางความไม่แน่นอน ควรจับตา “ความผันผวนของค่าเงิน” ที่ยังสูง โดยความผันผวนโดยนัยของออปชัน USD/JPY (implied volatility = ตัวเลขที่สะท้อนความผันผวนที่ตลาดคาดจากราคาออปชัน) ขยับขึ้นมา 9.8% สะท้อนความกังวลเรื่องความเป็นไปได้ที่ภาครัฐจะเข้าแทรกแซงเพื่อพยุงเยน กลยุทธ์ที่ต้นทุนคุมได้คือ bull call spread บน USD/JPY (ซื้อคอลและขายคอลอีกระดับหนึ่งเพื่อลดค่าเบี้ยประกัน) ซึ่งช่วยจำกัดค่าใช้จ่ายเริ่มต้น แต่ยังได้ประโยชน์หาก USD/JPY ปรับขึ้น